ฉลอง ‘Boyfriend Day’ รวมลิสต์ ‘แฟนหนุ่ม’ ในโลกภาพยนตร์ที่เรายังไม่ลืม!
วันที่ 3 ตุลาคมของทุกปี คือ ‘National Boyfriend Day’ หรือ ‘วันแฟนแห่งชาติ’ ที่แม้จะไม่ได้ถูกบรรจุในปฏิทินสากล แต่ก็กลายเป็นวัฒนธรรมป๊อปที่ผู้คนทั่วโลกใช้เป็นโอกาสในการแสดงความรักและขอบคุณคนสำคัญ โดยมีที่มาจากการเป็นวันคู่ขนานกับ National Girlfriend Day (1 สิงหาคม) บนโลกโซเชียลมีเดีย
แน่นอนว่าในโลกภาพยนตร์ โดยเฉพาะภาพยนตร์แนวโรแมนติกก็มักจะมอบตัวละคร ‘แฟนหนุ่ม’ ให้เราจดจำมากมาย หลายตัวละครกลายเป็นต้นแบบแฟนหนุ่มในฝัน บางคนกลายเป็นบทเรียน และบางคนก็ทำให้เราตกหลุมรักได้ครั้งแล้วครั้งเล่า
ในวันพิเศษแบบนี้ BrandThink Cinema จึงขอชวนทุกคนย้อนรอยความทรงจำไปสำรวจลิสต์ตัวละคร ‘แฟนหนุ่ม’ ที่ยังคงตราตรึงอยู่ในใจผู้ชม เพื่อเป็นการฉลอง Boyfriend Day ไปพร้อมกัน!
‘สติ’ จาก Long Live Love (2023)

‘สติ’ (รับบทโดย ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) คือช่างภาพสายปาร์ตี้ที่ใช้ชีวิตสุดเหวี่ยง จนละเลย ‘เมตตา’ ภรรยาและ ‘นะโม’ ลูกสาวของเขา เขาเป็นตัวแทนของแฟนหนุ่มและสามีที่หลงลืมความสำคัญของครอบครัว เห็นแก่ความสุขของตัวเองเป็นหลัก จนความสัมพันธ์กำลังจะเดินทางมาถึงจุดแตกหัก
เรื่องราวพลิกผันในตอนที่สติประสบอุบัติเหตุจนความจำเสื่อม สิ่งเดียวที่จะช่วยฟื้นความทรงจำของเขาได้คือการย้อนกลับไปถ่ายรูปในสถานที่เก่าๆ ตามภาพถ่ายในอดีต การเดินทางครั้งนี้บังคับให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันเจ็บปวดของตัวเองในฐานะ ‘แฟน’ และ ‘พ่อ’ ที่ล้มเหลว
สติในเวอร์ชันใหม่ที่ไร้ความทรงจำเก่าๆ ต้องเลือกว่าจะยอมรับอดีตที่เลวร้ายและแก้ไขมันเพื่อรักษาครอบครัวไว้ หรือจะปล่อยให้ทุกอย่างพังทลายลงไป เขาคือตัวละครที่แสดงให้เห็นว่าความรักคือโอกาสครั้งที่สองที่จะเรียนรู้และเป็นคนที่ดีกว่าเดิม
‘ต้น’ จาก The Letter จดหมายรัก (2004)

‘ต้น’ (รับบทโดย อรรถพร ธีมากร) คือนักพฤกษศาสตร์หนุ่มที่ทำงานวิจัยอยู่บนดอยอ่างขาง เป็นผู้ชายที่อบอุ่น อ่อนโยน รักธรรมชาติ และมีหัวใจที่มั่นคง ต้นคือภาพแทนของแฟนหนุ่มผู้แสนดีที่มอบความรักอันบริสุทธิ์ให้กับ ‘ดิว’ หญิงสาวที่หนีความวุ่นวายจากเมืองกรุงเพื่อมาสร้างชีวิตคู่กับเขาที่เชียงใหม่
ความรักของต้นกับดิวเปรียบเสมือนเทพนิยายที่สวยงาม แต่โชคชะตาก็พรากเขาไปอย่างรวดเร็วด้วยโรคเนื้องอกในสมอง แต่ถึงแม้ตัวจะจากไป ความรักของต้นยังคงอยู่ เขาได้เขียนจดหมายรักทิ้งไว้ล่วงหน้าและส่งไปให้ดิวอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นกำลังใจและนำทางให้เธอใช้ชีวิตต่อไปได้ เป็นบทพิสูจน์ของ ‘รักแท้’ ที่อยู่เหนือกาลเวลาและความตาย เขาคือแฟนหนุ่มในความทรงจำที่สอนให้คนรักของเขากลับมาเข้มแข็งและยิ้มได้อีกครั้ง
‘เต็น’ จาก Happy Birthday (2008)

‘เต็น’ (รับบทโดย อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม) คือช่างภาพและไกด์หนุ่ม ผู้มีชีวิตชีวาและเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อ ‘เภา’ แฟนสาวของเขา เขาคือตัวแทนของแฟนหนุ่มที่มั่นคง ไม่ยอมแพ้ และยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่ออยู่ข้างคนรัก แม้จะต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมที่หนักหนาสาหัสที่สุดในชีวิตก็ตาม
ในวันเกิดของเภา เภาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้ต้องกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา และตลอดระยะเวลาหลายปีหลังจากนั้น เต็นไม่เคยทิ้งเธอไปไหน เฝ้ามาดูแล อ่านหนังสือให้ฟัง และจัดงานวันเกิดให้เธอข้างเตียงคนไข้ทุกปีโดยไม่เคยสิ้นหวัง เรื่องราวของเต็นคือการต่อสู้กับความเจ็บปวดและความเหงาด้วยพลังของความรักอันยิ่งใหญ่ เขาคือแฟนหนุ่มที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความรักไม่ใช่แค่การอยู่ด้วยกันในวันที่สุข แต่คือการไม่ปล่อยมือในวันที่ทุกข์ด้วยเช่นกัน
‘Peter’ จาก Spider-Man (2002)

‘Peter Parker’ (รับบทโดย Tobey Maguire) คือหนุ่มเนิร์ด นิสัยดี จิตใจอ่อนโยน และแอบหลงรัก ‘Mary Jane Watson’ เพื่อนบ้านสาวสวยมาตั้งแต่เด็ก แต่เบื้องหลังความธรรมดานั้น เขาคือซูเปอร์ฮีโร่ผู้ต้องแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ เขาคือตัวแทนของแฟนหนุ่มที่ต้องเลือกระหว่าง ‘ความรัก’ กับ ‘ความรับผิดชอบ’
ชีวิตรักของ Peter เต็มไปด้วยอุปสรรค เขาอยากจะบอกรักและใช้ชีวิตธรรมดากับ MJ แต่ก็กลัวว่าตัวตน Spider-Man จะนำภัยอันตรายมาสู่เธอ ทำให้ความสัมพันธ์ของเขาทั้งรักทั้งเลิก เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและการเสียสละ เขาพยายามปกป้องเธอจากเหล่าร้าย แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องผลักไสเธอออกไปเพื่อความปลอดภัยของเธอเอง Peter Parker คือแฟนหนุ่มที่น่าสงสารและน่าเอาใจช่วยที่สุดคนหนึ่ง เขาทำให้เราเข้าใจว่าการเป็นฮีโร่เพื่อคนส่วนรวม อาจต้องแลกมาด้วยการสูญเสียความสุขส่วนตัวไป
‘Joel Barish’ จาก Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004)

‘Joel’ (รับบทโดย Jim Carrey) คือชายหนุ่มขี้อาย เก็บตัว และใช้ชีวิตอยู่ในกรอบ เขาเป็นคนธรรมดาที่โหยหาความรัก แต่ก็กลัวการเปลี่ยนแปลง จนกระทั่งได้มาพบกับ ‘Clementine’ หญิงสาวสุดขั้วที่เข้ามาเติมสีสันให้กับชีวิตสีเทาของเขา
เมื่อความสัมพันธ์จบลงอย่างเจ็บปวด Joel ค้นพบว่า Clementine ได้ไปลบความทรงจำเกี่ยวกับเขาทิ้งทั้งหมด ด้วยความเสียใจ เขาจึงตัดสินใจทำแบบเดียวกัน แต่ในระหว่างกระบวนการลบความทรงจำที่พาเขาย้อนกลับไปสัมผัสช่วงเวลาทั้งดี และร้ายที่เคยมีร่วมกัน เขาก็ตระหนักว่าเขาไม่ได้อยากลืมเธอเลย เรื่องราวของ Joel คือการเดินทางเข้าไปในซากปรักหักพังของความสัมพันธ์เพื่อค้นพบว่าทุกความทรงจำล้วนมีค่า แม้ว่ามันจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม เขาคือแฟนหนุ่มที่สอนให้เรารู้ว่าการรักใครสักคนอย่างสุดหัวใจนั้นควรค่าแก่การจดจำ
‘Noah’ จาก The Notebook (2004)

‘Noah Calhoun’ (รับบทโดย Ryan Gosling) คือหนุ่มชนชั้นแรงงานในโรงไม้ เขาเป็นคนจริงใจ ซื่อตรง เมื่อเขารักใครแล้ว เขาก็พร้อมจะทุ่มเทให้ทั้งชีวิต เขาคือภาพแทนของรักแรกที่ไม่มีวันลืมและแสดงให้เห็นว่า ‘ความรัก’ เท่านั้นที่เอาชนะทุกอุปสรรค
Noah ตกหลุมรัก ‘Allie’ สาวน้อยจากตระกูลร่ำรวย ทั้งคู่ใช้เวลาร่วมกันในฤดูร้อนที่แสนวิเศษ แต่กลับต้องแยกจากกันเพราะบ้านฝ่ายหญิงกีดกัน แต่เขาไม่เคยยอมแพ้ เขาเขียนจดหมายหาเธอทุกวันตลอด 1 ปี และทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ด้วยการสร้างบ้านในฝันรอเธอ จนในที่สุดโชคชะตาก็นำพาให้พวกเขากลับมาพบกันอีกครั้ง
เรื่องราวของ Noah คือมหากาพย์ของความรักที่ซื่อสัตย์และมั่นคง เขาคือแฟนหนุ่มที่พิสูจน์ว่ารักแท้สามารถเอาชนะได้ทั้งระยะทาง เวลา และความแตกต่างทางสังคม
‘Sebastian’ จาก La La Land (2016)

‘Sebastian Wilder’ (รับบทโดย Ryan Gosling) คือนักเปียโนแจ๊สผู้หยิ่งทะนงในอุดมการณ์ เขามีความฝันอันยิ่งใหญ่ที่จะเปิดคลับแจ๊สของตัวเองเพื่อรักษาดนตรีแจ๊สแท้ๆ เอาไว้ เป็นศิลปินผู้มี ‘ความฝัน’และเป็นแฟนหนุ่มที่พร้อมจะสนับสนุนคนรักให้ไปถึงฝั่งฝันเช่นกัน
เมื่อ Sebastian ได้พบกับ ‘Mia’ นักแสดงสาวผู้กำลังไล่ตามความฝันเช่นกัน ทั้งสองกลายเป็นแรงบันดาลใจและเป็นกำลังใจให้กันและกันในการเดินทางตามความฝัน แต่เมื่อความสำเร็จเริ่มเข้ามาใกล้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ค่อยๆ ผลักกันออกเรื่อยๆ จนทั้งคู่แยกทางกันในที่สุด
เรื่องราวของ Sebastian คือบทเพลงรักที่แสนโรแมนติกแต่ก็ขมขื่นอยู่ในที เขาคือแฟนหนุ่มที่สอนให้เรารู้ว่า บางครั้งความรักกับการไล่ตามความฝันก็ไม่อาจดำเนินไปพร้อมกันได้ และบางทีการปล่อยมืออาจเป็นการแสดงความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพื่อให้คนที่เรารักได้โบยบินไปสู่จุดสูงสุดของชีวิต
