ปักหมุดรอเลย RE: VERB โปรแกรมหนังคลาสสิก ที่ House Samyan
นับเป็นข่าวดีสำหรับคอหนัง เมื่อ House Samyan นำภาพยนตร์คลาสสิกในตำนานกว่า 10 เรื่องมาฉายให้ชมกันตั้งแต่เดือนกรกฎาคมไปจนถึงปลายปี ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘RE: VERB’ ที่ทาง HOUSE Samyan ได้คัดเลือกมาแล้วว่า ‘ดี!’ เพราะถึงแม้จะเป็นภาพยนตร์ที่เก่าแต่ก็ยังครองใจทุกคนเสมอมาและมีความหลากหลายครบรส ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์แอ็กชันสุดระห่ำ ดราม่าน้ำตารื้น โรแมนติกอ่อนละมุน ระทึกขวัญสุดบ้าคลั่ง หรือแม้กระทั่งหนังมิวสิคัลสุดตระการตา ใครอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ตามไปดูกันได้เลย!
HEAT (1995)

ภาพยนตร์แอ็กชันสุดระห่ำที่สร้างจากคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจริงในปี 1960 ว่าด้วยเรื่อง ณ เมืองลอสแองเจลิส หัวหน้าแก๊งโจรระดับอัจฉริยะ นามว่า นีล แมคคอลีย์ (Neil McCauley) นำแสดงโดย โรเบิร์ต เดอ นีโร (Robert De Niro) ได้ตัดสินใจวางแผนปล้นใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนเกษียณ ขณะเดียวกันผู้หมวดวินเซนต์ แฮนนา (Vincent Hanna) นำแสดงโดย อัล ปาชิโน (Al Pacino) ก็ได้ทำการไล่ล่าเขาอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งยังต้องรับมือกับปัญหาของภรรยาและลูกเลี้ยงที่มีภาวะจิตใจซึมเศร้า ทั้งสองคนต่างตระหนักและเคารพในความสามารถและความทุ่มเทของกันและกัน แม้จะทราบดีว่าจุดจบของเกมแมววิ่งไล่จับหนูนั้น พวกเขาต้องห้ำหั่นกันและสิ้นสุดด้วยความรุนแรงอยู่ทุกที
HEAT (1995) ถือเป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่น่าไปชมมากที่สุด เนื่องจากเป็นภาพยนตร์ที่กำกับโดยไมเคิล แมนน์ (Michael Mann) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องภาพที่เยือกเย็น ชวนรู้สึกโดดเดี่ยวโดยพื้นเพอยู่แล้ว อีกทั้ง ‘HEAT’ ยังเป็นภาพยนตร์ที่ห้ำหั่นกันครั้งแรกระหว่างนักแสดงระดับขึ้นหิ้งอย่าง อัล ปาชิโน และ โรเบิร์ต เดอ นีโร ที่เคยแสดงร่วมกันในภาพยนตร์ไตรภาคเรื่อง ‘The Godfather’ แต่ไม่เคยได้เข้าจอร่วมกันสักครั้งเดียว
ทั้งนี้ ‘HEAT’ ยังถือเป็นภาพยนตร์แอ็กชันระทึกขวัญชั้นครูอีกเรื่องหนึ่ง จนผู้กำกับชื่อดังอย่างคริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) เคยนำซีนสาดกระสุนของ HEAT ที่ถูกยกย่องว่าเป็นซีนที่สมจริงที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ มาเป็นต้นแบบในภาพยนตร์เรื่อง ‘BATMAN: The Dark Knight’ ของตนเองอีกด้วย
THE DOUBLE LIFE OF VÉRONIQUE (1991)

‘เวโรนิก’ (Veronique) หญิงสาวชาวฝรั่งเศสผู้เปี่ยมเสน่ห์ ใฝ่ฝันจะเป็นนักร้องชื่อดัง และเวโรนิกา (Weronika) อาศัยอยู่ที่โปแลนด์ ทั้งสองมีความฝันคล้ายกัน และหน้าตาที่เหมือนกันอย่างกับฝาแฝด ทั้งๆ ที่ทั้งคู่ไม่ใช่ญาติกัน
ภาพยนตร์เรื่องนี้จะพาผู้ชมติดตามชีวิตของหญิงสาวทั้งสองคน ขณะที่พวกเธอต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่บ้างก็ดี บ้างก็เลวร้าย โดยเวโรนิกได้เริ่มต้นความสัมพันธ์ในเชิงโรแมนติกสุดแปลกกับอเล็กซองดร์ ฟับบรี (Alexandre Fabbri) นักเชิดหุ่นกระบอก ซึ่งเขาอาจเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยให้เธอเข้าใจตัวตนและความหมายของชีวิตมากยิ่งขึ้น
ภาพยนตร์เรื่อง ‘THE DOUBLE LIFE OF VÉRONIQUE’ ได้รับรางวัล ‘นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม’ จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ ด้วยความเก่งกาจของ ‘อีแรน ฌาค็อบ’ (Irène Jacob) ผู้ซึ่งแสดงเป็นเวโรนิกและเวโรนิกาในคนคนเดียว
SUNSET BOULEVARD (1950)

‘SUNSET BOULEVARD’ ภาพยนตร์ฆาตกรรม ฉายภาพมายาของวงการฮอลลีวูด ว่าด้วยเรื่องของนักเขียนบทตกอับ ‘โจ กิลลิส’ (Joe Gillis) นำแสดงโดย วิลเลียม โฮลเดน (William Holden) ได้เข้าไปพัวพันกับอดีตดารายุคหนังเงียบนามว่า นอร์มา เดสมอนด์ (Norma Desmond) นำแสดงโดย กลอเรีย สวอนสัน (Gloria Swanson) การพบกันของทั้งสองกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาด แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความหลงใหล ความฝัน และความหลอกลวง
ผลงานกำกับของ บิลลี ไวล์เดอร์ (Billy Wilder) หนึ่งในหนัง ‘ฟิล์มนัวร์’ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จนได้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงบนเวทีรางวัลออสการ์ถึง 11 ตัว – ซึ่งคำพูดอมตะอย่าง “I’m ready for my close-up” ก็ยังคงเป็นที่ก้องกังวานและกลายเป็นวลีแห่งยุคอยู่จนถึงทุกวันนี้ (HOUSE Samyan ก็นำซีนนั้นมาใส่ในคลิปวิดีโอโพรโมทรายชื่อภาพยนตร์ด้วยนะ!)
THE APARTMENT (1960)

ยังคงอยู่กับผู้กำกับท่านเดิมอย่าง บิลลี่ ไวล์เดอร์ (Billy Wilder) โดย ‘THE APARTMENT’ เป็นเรื่องราวของพนักงานระดับล่างในบริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่ในนิวยอร์ก นามว่า ซี.ซี. แบ็กซ์เตอร์ (C.C. Baxter) นำแสดงโดย แจ็ค เลมมอน (Jack Lemmon) เขาได้ค้นพบวิธีลัดที่จะทำให้เขาได้ไต่เต้าในหน้าที่การงานได้อย่างรวดเร็ว นั่นคือให้ผู้บริหารยืมห้องพักอพาร์ตเมนต์เพื่อนัดพบกับชู้รักของเขา จนกระทั่งคืนหนึ่ง เขาต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่ คือเขาตกหลุมรักหญิงสาวเชอร์ลีย์ แมคลเลน (Shirley MacLaine) นำแสดงโดย แฟรน คูเบอลิก (Fran Kubelik)
THE APARTMENT ถือเป็นภาพยนตร์ตลกร้ายที่ผสมผสานความเป็นดราม่าได้อย่างลงตัว และวิจารณ์โลกทุนนิยมและศีลธรรมได้อย่างแยบยล จนสามารถคว้ารางวัลออสการ์สาขา ‘ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม’ และ ‘บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม’ มาครอบครอง
CROUCHING TIGER, HIDDEN DRAGON (2000)

เรื่องราวเหนือกาลเวลา ว่าด้วยพลังใจของนักรบทั้งสองผู้ไม่ยอมแพ้ ‘CROUCHING TIGER, HIDDEN DRAGON’ เล่าอยู่ในช่วงยุคจีนโบราณ เกี่ยวกับนักดาบหญิงและชายทั้งสองคนที่ต้องออกเดินทางร่วมกัน ในการตามหาดาบศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกขโมยไป ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้ ทำให้พวกเขาทั้งสองพบเจอกับบุตรสาวของขุนนางวัยรุ่นผู้หุนหันพลันแล่น มีทักษะทางร่างกายอันยอดเยี่ยมและสูงส่ง
โดยภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว เป็นผลงานกำกับของ อั้ง ลี่ (Ang Lee) ที่ซึ่งได้รางวัลออสการ์ถึง 4 ตัว โดยหนึ่งในสาขาที่ได้กลับมาครอบครองคือ ‘สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม’ อีกทั้งฉากแอ็กชันที่เหล่าตัวละครบินได้ในภาพยนตร์นั้น การรังสรรค์ภาพของ ปีเตอร์ เป่า (Peter Pau) ยังเป็นที่น่ายกย่องอยู่ถึงปัจจุบัน ด้วยภาพที่ลื่นไหล งดงามดุจภาพวาด จนกลายเป็นสไตล์ ‘คลาสสิก’
ONE FLEW OVER THE CUCKOO’S NEST (1975)

‘ONE FLEW OVER THE CUCKOO’S NEST’ ถือเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่ง ที่รวมตัวนักแสดงที่ปัจจุบันกลายเป็นตำนานแห่งวงการภาพยนตร์อยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงนำชายอย่าง แจ็ค นิโคลสัน หรือนักแสดงนำหญิงอย่าง ลูอิส เฟรตเชอร์ ที่ถึงแม้เธอจะล่วงลับไปแล้ว แต่ตัวละคร ‘พยาบาลมิลเดร็ด แรตเชต’ กลับกลายเป็นหนึ่งในตัวละครวายร้ายหญิงที่น่าจดจำที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์
และภาพยนตร์เรื่อง ONE FLEW OVER THE CUCKOO’S NEST ก็ได้คว้ารางวัล BAFTA Awards มากมายถึง 6 สาขา อันได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม และตัดต่อยอดเยี่ยม
ตัวเนื้อหาของภาพยนตร์นั้น ว่าด้วยเรื่องอาชญากรแกล้งบ้าเพื่อหนีคุก แต่ทว่ากลับกลายต้องเผชิญกับระบบกดขี่ในโรงพยาบาลจิตเวช จนต้องบีบบังคับให้เขาต้องปะทะกับพยาบาลสาวผู้เคร่งครัด เย็นชา และใช้อำนาจควบคุมผู้ป่วยในโรงพยาบาลจิตเวชอย่างเด็ดขาด
ถ้าเขาบ้า…แล้วพวกคุณล่ะ เรียกว่าอะไร?
AMERICAN PSYCHO (2000)

ไปกันต่อกับภาพยนตร์สุดบ้าคลั่งที่ได้รับเลือกให้ฉายในเดือนเดียวกันกับ ‘ONE FLEW OVER THE CUCKOO’S NEST’ นั่นคือ ‘AMERICAN PSYCHO’
ผลงานกำกับของ แมรี แฮร์รอน (Mary Harron) หนึ่งในภาพยนตร์ระดับมาสเตอร์พีซยุค 2000s ว่าด้วยเรื่องของ แพทริก เบตแมน (Patrick Bateman) นักธุรกิจวอลสตรีท ผู้หล่อเหลาและประสบความสำเร็จ แต่ภายใต้ใบหน้าอันหล่อคมนั้น แท้จริงแล้วเขาเป็นฆาตกรโรคจิตที่ซ่อนตัวอยู่
ภาพยนตร์เรื่อง ‘AMERICAN PSYCHO’ นั้น ถือเป็นชิ้นงานที่ทำให้กลายเป็นบทบาทแจ้งเกิดของ คริสเตียน เบล ด้วยคาแรกเตอร์ที่มีความซึมลึก เขย่าประสาท ยากที่จะหยั่งถึง กล่าวคือ เต็มไปด้วยความประชดประชันแบบมีชั้นเชิงและวิจารณ์วัฒนธรรมบริโภคนิยมและทุนนิยมแบบสุดโต่งของยุค 1980s
THE UMBRELLAS OF CHERBOURG (1964)

โศกนาฏกรรมความรักเรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นในปี 1957 ว่าด้วยเรื่องของ กี ฟูเชร์ ช่างซ่อมรถหนุ่มชาวฝรั่งเศสวัย 20 ปี ตกหลุมรัก ฌานวีแวฟ เอเมรี เด็กสาววัย 17 ปี ที่ทำงานในร้านขายร่มของแม่เธอ ซึ่งเป็นแม่หม้ายที่กำลังเจอปัญหาเงินขาดมือ
โดยในคืนก่อนที่ กี ฟูเชร์ จะต้องถูกเกณฑ์ไปรบในแอลจีเรียเป็นเวลา 2 ปี เขากับฌานวีแวฟมีเซ็กซ์กันจนเกิดการตั้งท้อง ทำให้เธอต้องเลือกว่าจะรอเขากลับมาหรือแต่งงานกับพ่อค้าเพชรผู้ร่ำรวยที่เสนอชีวิตมั่นคงให้เธอ
ความพิเศษของเรื่อง ‘THE UMBRELLAS OF CHERBOURG’ คือถึงแม้เนื้อหาจะมีเรื่องราวที่ช่างน่าหดหู่เพียงใด แต่ทว่างานภาพกลับเต็มไปด้วยสีสันพาสเทลและการจัดเฟรมสุดประณีต จนกลายเป็นอิทธิพลต่อผู้กำกับยุคใหม่อย่าง เดเมียน ชาเซล (Damien Chazelle) ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง ‘La La Land’ ‘Whiplash’ ‘Babylon’ และ ‘The First Man’
นอกจากนี้ภาพยนตร์เรื่อง ‘THE UMBRELLAS OF CHERBOURG’ ยังได้รางวัล Palme d’Or จากเวทีเมืองคานส์ และดนตรี ‘I Will Wait For You’ ที่กลายเป็นดนตรีคลาสสิก จนติดโผรายการออสการ์เพลงยอดเยี่ยมอีกด้วย
THE YOUNG GIRLS OF ROCHEFORT (1967)

ภาพยนตร์มิวสิคัล ที่ ‘VOUGE’ จัดให้เป็นหนึ่งในเพลง ‘Campiest Musicals’ ว่าด้วยเรื่องของ เดลฟีน การ์เนียร์ และ โซลานจ์ การ์เนียร์ ทั้งสองเป็นสองพี่น้องที่อาศัยอยู่ในเมืองโรชฟอร์ ‘เดลฟีน’ เป็นครูสอนเต้น ส่วน ‘โซลานจ์’ แต่งเพลงและสอนเปียโน โดยพวกเขาทั้งสองได้พบเจอกับ ‘แม็กซองซ์’ ผู้เป็นกวีและจิตรกร…ซึ่งขณะนี้เขากำลังรับราชการทหาร ส่วน ‘ซิมง’ เป็นเจ้าของร้านขายเครื่องดนตรี เขาเพิ่งย้ายจากปารีสมาที่นี่เมื่อเดือนก่อน เพื่อกลับมายังที่ที่เขาเคยตกหลุมรักเมื่อสิบปีที่แล้ว
พวกเขาทุกคนกำลังมองหารักแท้ มองหากันและกัน โดยไม่รู้เลยว่าคนที่ตามหาอยู่นั้นอยู่ใกล้แค่นี้เอง
ความบันเทิงของหนังมิวสิคัลเรื่อง ‘THE YOUNG GIRL OF ROCHEFORT’ คืองานเพลงเต็มไปด้วยบรรยากาศแจ๊สสไตล์ฝรั่งเศสแท้ผสมผสานกับความโอเปราติก เช่น ‘Twins Song’ ที่กลายเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้กับหนังได้อย่างสมบูรณ์แบบ
YI YI (2000)

ภาพยนตร์ดราม่าสัญชาติไต้หวันปิดท้ายปี 2025 ว่าด้วยเรื่องของความโหยหา ครอบครัว และการเปลี่ยนแปลง โดยใช้เทคนิคการเล่าผ่านสายตาของครอบครัวชาวไต้หวันทั้งสามรุ่น ที่ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาๆ แต่เต็มไปด้วยวาระสำคัญ
ภาพยนตร์เรื่อง ‘YI YI’ ได้เกียรติยศระดับโลก กล่าวคือ ชนะรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมในเทศกาลเมืองคานส์ปี 2000s และรางวัลภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมจาก ‘Los Angeles Film Critics Association’
