อนงค์ 2..สามสี่ชาติ มหากาพย์ ‘บ่วงกรรม’ ที่ต้องวนกลับมาเจอกันในทุกชาติภพ 

ในโลกที่ความรักมักเริ่มต้นจากการ ‘เจอกันครั้งแรก’ ภาพยนตร์เรื่อง ‘อนงค์ 2..สามสี่ชาติ’ กลับตั้งคำถามว่า “แล้วถ้าเรารู้ว่าคนที่เจอในชาตินี้ เคยรัก เคยทำร้าย หรือเคยสัญญาไว้ในชาติที่แล้ว…เราจะยังเลือกเขาไหม?”

‘อนงค์ 2..สามสี่ชาติ’ ผลงานการกำกับของ ‘เอส-คมกฤษ ตรีวิมล’ ที่เคยฝากฝีมือไว้ในหนังรักเหนือกาลเวลาอย่าง ‘แฟนฉัน’ (2003) และ ‘รถไฟฟ้า มาหานะเธอ’ (2009) ครั้งนี้เขากลับมาสานต่อเรื่องราวเหนือจริงในภาคใหม่ของ ‘อนงค์’ โดยคราวนี้ความสัมพันธ์ระหว่าง ‘โจ’ (จี๋-สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร) และ ‘อนงค์’ (โบว์-เมลดา สุศรี) จะไม่ใช่แค่เรื่องรักระหว่างคนกับผีอีกต่อไป แต่เป็นการเปิดม่านชาติภพใหม่ที่ทั้งสองต้องกลับมาพบกันอีกครั้ง เพื่อ ‘ใช้กรรมร่วม’ ที่ยังไม่จบจากอดีตชาติ

เรื่องราวในภาคนี้จะเล่าต่อจากที่โจได้รับมรดกเป็นบ้านไม้เก่าและได้พบกับอนงค์ ที่สุดท้ายก็จบลงด้วยการจากลา และโจก็ใช้ชีวิตต่อไปจนสิ้นอายุขัยตามปกติของมนุษย์ แต่แล้วชีวิตของโจไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น เมื่อเขาได้พบชายปริศนาผู้หนึ่งซึ่งมอบ ‘โอกาสพิเศษ’ ให้โจได้ย้อนกลับไปยังอดีตชาติของตนเอง เพื่อเปิดเผยว่าโจและอนงค์เคยผูกพันกันมาหลายภพหลายชาติแล้ว ซึ่งในทุกชาติภพนั้น โจและอนงค์ตกอยู่ในวัฏจักรของ ‘การพบเจอและการจากลา’ ที่ทั้งสองต้องชดใช้และเรียนรู้ร่วมกัน กลายเป็น ‘บ่วงกรรม’ ที่ผูกพวกเขาทั้งคู่ให้กลับมาพบกันครั้งแล้วครั้งเล่า

แม้ ‘อนงค์ 2..สามสี่ชาติ’ จะเป็นภาพยนตร์ใหม่ แต่ชื่อเรื่องก็คงไม่แปลกตาสำหรับคอหนังเก่า เพราะเคยมีภาพยนตร์ระดับคลาสสิกที่ชื่อว่า ‘ขอชื่อ สุธี สามสี่ชาติ’ (2532) มาแล้ว หนังเล่าถึงการเวียนว่ายตายเกิดของชายคนหนึ่งผ่าน 4 ชาติภพ จากคนดีที่กลายเป็นฆาตกร จนถึงหัวหน้ายานอวกาศที่ต้องเผชิญจุดจบในห้วงจักรวาล แม้จะต่างยุคต่างสไตล์ แต่ทั้งสองเรื่องต่างสะท้อนแนวคิดเดียวกันคือ ‘ไม่มีอะไรในชีวิตนี้ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ’ ทุกการพบเจอคือผลของ ‘กรรม’ และทุกการจากลาคือ ‘การเริ่มต้นใหม่’

โดยเฉพาะในวัฒนธรรมไทยที่มีความเชื่อว่า ‘คนบางคนเจอกันเพราะบุญ บางคนเจอกันเพราะกรรม’ และการที่วิญญาณสองดวงต้องวนกลับมาพบกันซ้ำ ไม่ว่าจะในรูปแบบของคนรัก เพื่อน หรือศัตรู มักเกิดจาก ‘หนี้ทางใจ’ ที่ยังไม่ถูกชำระจนหมด หนังเรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องรักกับผี แต่เป็นการสะท้อนคำถามลึกๆ ของมนุษย์ว่า เรากำลังรักใคร ‘เพราะใจเลือกหรือเพราะชะตากำหนด?’

แม้แต่การจากลาและความตายก็ไม่อาจตัดขาด เพราะสร้างความผูกพันกันไว้แล้วในทุกภพชาติ เตรียมร่วมติดตามความรักอันยิ่งใหญ่ของโจและอนงค์ 30 ตุลาคม นี้ ในโรงภาพยนตร์