เหลี่ยมทุกดอกแล้วบอกเกาหลีเหนือ ‘Good News’ หนังอาชญากรรมตลกร้าย เสียดสีอำนาจรัฐยุคสงครามเย็น

Good News (2025) ภาพยนตร์อาชญากรรมตลกร้าย โดยผู้กำกับ ‘บยอน ซองฮยอน’ เจ้าของผลงาน Kill Bok Soon (2023) King Maker (2022) The Merciless (2017) และ My P.S. Partner (2012) ที่ครั้งนี้เขานำเหตุการณ์จากประวัติศาสตร์จริงมาเล่าใหม่ได้อย่างออกรสออกชาติ วิพากษ์วิจารณ์การเมืองได้อย่างเจ็บแสบแยบยลแต่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน

Good News ได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์จี้เครื่องบินแจแปนแอร์ไลน์ไฟลท์ 351 (Yodogo Hijacking Incident) ที่เกิดขึ้นจริงในปี 1970 โดยเป็นหนังที่ได้รับเชิญไปเปิดตัวในเทศกาล 2025 Toronto International Film Festival ด้วยกระแสตอบรับที่ดี และยังเป็นหนังเกาหลีเรื่องแรกในรอบ 7 ปีที่ได้รับเชิญเข้าฉายในงานกาล่าของเทศกาล Busan International Film Festival ปีนี้ด้วย

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อหนุ่มสาวญี่ปุ่นคอมมิวนิสต์หัวรุนแรงทำการจี้เครื่องบิน

และจับผู้โดยสารเป็นตัวประกัน บังคับเครื่องให้มุ่งหน้าไปยังเปียงยาง เกาหลีเหนือ ทางการเกาหลีใต้จึงต้องการสกัดกั้นอาชญกรรมนี้ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองและหลีกเลี่ยงการสูญเสีย จึงนำไปสู่แผนการสุดวายป่วง ด้วยการหลอกล่อผู้ก่อการร้ายให้นำเครื่องมาลงที่เกาหลีใต้ แล้วเซตฉากบังหน้าว่าที่นี่คือเปียงยาง

แม้จะเป็นเรื่องราวอาชญากรรมที่ทั้งตื่นเต้นและเรียกเสียงหัวเราะ แต่หนังก็ยังนำเสนอความเป็นมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้งผ่านตัวละครอย่าง Mr. Nobody (รับบทโดย ซอลคยองกู) นักแก้ปัญหาที่นักการเมืองเรียกใช้งานประจำ แม้จะเป็นบุคคลไม่มีชื่อและไม่ได้ออกหน้าลงมือเอง แต่เขาคือผู้วางแผนภารกิจที่จับตามองความเป็นไปอย่างชาญฉลาดที่สุด

ร้อยโทซอโกมยอง (รับบทโดย ฮงคยอง) ทหารหนุ่มประจำหน่วยแรปคอนที่ตกกะไดพลอยโจรมาเป็นหมากสำคัญในภารกิจนี้ ถือเป็นตัวละครที่สะท้อนความเป็นมนุษย์สูงที่สุด เขาคือภาพแทนของคนธรรมดาที่ไม่เคยถูกมองเห็น ภารกิจเพื่อชาติอันยิ่งใหญ่นี้จึงเป็นโอกาสเดียวที่เขาจะได้เฉิดฉาย แต่ระหว่างทางก็ต้องแบกรับความกดดันและความสับสนระหว่าง ‘หน้าที่’ และ ‘ศีลธรรม’

ยังไม่รวมถึงตัวละครสมทบอื่นๆ อย่าง พลทหาร นักการเมือง เหล่าผู้นำประเทศประชาธิปไตยทั้งหลาย ที่ยามขับขันต่างคนต่างถกเถียงออกความคิดเห็น อุดมการณ์มากมายแต่ก็ไร้ซึ่งจุดยืน เมื่อถึงยามจนตรอกก็หนีเอาตัวรอด ตัวใครตัวมันอยู่ดี

อย่างที่กล่าวว่า แม้เซตติ้งเรื่องจะอยู่ในยุคสงครามเย็น และเหตุการณ์ในเรื่องก็เต็มไปด้วยความตึงเครียด แต่หนังกลับเล่าแบบล้อเลียนชวนขำแห้งทั้งเรื่อง เสียดสีทั้งผู้มีอำนาจทางการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้สื่อข่าว ที่สามารถใช้อำนาจเปลี่ยนกระแสสังคมด้วยการ ‘สร้าง’ ความจริงขึ้นมาใหม่ในสถานการณ์อ่อนไหว

ซึ่งมันสะท้อนให้เห็น ‘ด้านมืด’ ของอำนาจรัฐและบทบาทสื่อว่า มันมีพลังมากพอที่พร้อมจะสร้างเรื่องจริงให้คนเชื่อ เมื่อคนทั้งประเทศเชื่อ บางครั้งคำโกหกนั้นก็กลายเป็นความจริงขึ้นมาได้ และมันก็นำไปสู่บทสรุปใหม่ได้อย่างง่ายดาย

ในขณะเดียวกัน หนังยังเต็มไปด้วยปรัชญาและการตั้งคำถามกับคุณค่าความเป็นมนุษย์ว่า ‘วีรบุรุษ’ ที่ถูกเชิดชูยกย่อง มีค่าไปกว่า ‘คนธรรมดา’ ที่แค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้สำเร็จลุล่วงหรือไม่ หรือการไม่ได้ถูกจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ แปลว่าสิ่งที่ทำไปไม่มีความหมายหรือเปล่า ทั้งหมดทั้งมวลมันคือการปะทะกันระหว่าง ‘ความจริง’ และ ‘เรื่องเล่า’ ที่นำไปสู่ชื่อเรื่องว่า ‘Good News’ ที่อาจไม่ได้หมายถึงข่าวดีสำหรับทุกคน แต่มันอยู่ที่ว่าข่าวนั้นใครเป็นคนเล่าและใครเป็นคนฟังต่างหาก

แต่ก็เหมือนที่ Mr. Nobody ทิ้งท้ายไว้นั่นแหละ “บางครั้งความจริงก็อยู่อีกฝั่งของพระจันทร์ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าด้านหน้าจะเป็นเรื่องโกหก” – ทรูแมน เชดี –