50 เรื่องน่าทึ่งของ ‘JAWS’ฉลองครบรอบ 50 ปี กับการหวนคืนโรงภาพยนตร์อีกครั้ง
ภาพยนตร์ฉลามในตำนานรุ่นบุกเบิก ‘JAWS’ ที่สร้างปรากฏการณ์ให้โลกภาพยนตร์เมื่อ 50 ปีก่อน กลับมาให้สัมผัสบนจอใหญ่ในโรงภาพยนตร์อีกครั้ง พร้อมบรรยากาศเสียงกระหึ่ม ภาพคมชัด และความระทึกที่ทำให้คนดูแทบหายใจไม่ทั่วท้องกลับมาแบบจัดเต็ม ก่อนจะไปรับชม BrandThink Cinema ยก 50 เรื่องจริงของ ‘JAWS’ ที่จะทำให้คุณอยากไปดูหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์เพิ่มขึ้นแน่นอน
1. JAWS คือภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องที่สองของผู้กำกับ ‘สตีเวน สปีลเบิร์ก’ (Steven Spielberg)
2. JAWS ดัดแปลงจากนวนิยายในชื่อเดียวกัน ปี 1974 ของ ‘ปีเตอร์ เบนช์ลีย์’ (Peter Benchley) ซึ่งเขาเองก็ได้เข้ามาเขียนบทภาพยนตร์ร่วมกับ ‘คาร์ล ก็อตเลียบ’ (Carl Gottlieb)
3. ปีเตอร์ ผู้เขียนนวนิยายเรื่องนี้ยังปรากฏตัวในภาพยนตร์ในฐานะนักข่าวทีวีอีกด้วย
4. JAWS กลายเป็นผลงานสร้างชื่อให้กับ ‘สตีเวน สปีลเบิร์ก’ (Steven Spielberg)
จนได้รับฉายา ‘พ่อมดแห่งฮอลลีวูด’
5. JAWS ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องแรกที่ถ่ายทำในทะเล
6. JAWS ยังเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องสุดท้ายที่พึ่งพาการถ่ายทำแบบเทคนิคพิเศษ ก่อนที่วงการภาพยนตร์จะเข้าสู่ยุค CGI อย่างเป็นทางการ
7. แม้ถ่ายทำสถานที่จริง แต่ก็เกิดปัญหามากมาย โดยเฉพาะการปรากฏตัวขึ้นของฉลาม
8. แม้เป็นหนังฉลาม แต่ฉลามโผล่ให้ผู้ชมเห็นแบบตัวเป็นๆ ไม่ถึง 4 นาทีเลยด้วยซ้ำ
9. เหตุผลที่ตลอดทั้งเรื่องฉลามโผล่มาเพียงนิดๆ หน่อยๆ เป็นเพราะฉลามจักรกลเกิดความขัดข้อง ที่ส่งผลให้มันเคลื่อนไหวช้า ทำให้ไม่สามารถถ่ายทำตามแผนการที่วางเอาไว้ได้
10. จากข้อที่แล้ว สปีลเบิร์กแก้เกมด้วยการกำกับการปรากฏตัวของฉลามใหม่ โดยใช้มุมกล้องและดนตรีเข้ามาเร้าจังหวะ คล้ายเทคนิคที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง ‘Vertigo’ ของ ‘Alfred Hitchcock’
11. ปรากฏว่าเทคนิคที่สปีลเบิร์กเลือกใช้กลับสร้างอารมณ์ระทึกและความรู้สึกถูกจู่โจมต่อคนดูได้ดี จนทำให้หนังเรื่องนี้ถูกขนานนามว่าเป็นภาพยนตร์ที่สร้างความกลัวฉลามให้กับคนอเมริกัน
12. ก่อนหน้าที่หนังจะออกฉาย ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นทำให้ทีมงานเบื้องหลังตั้งฉายาให้กับ JAWS ว่าเป็นข้อบกพร่องและต้องล้มเหลวไม่เป็นท่าแน่
13. JAWS ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ 4 รางวัล และได้รับ 3 รางวัล ได้แก่ สาขาเสียงยอดเยี่ยม สาขาคะแนนยอดเยี่ยม และสาขาการตัดต่อยอดเยี่ยม
14. JAWS เป็นหนึ่งในหนังเรื่องแรกๆ ที่ถูกฉายพร้อมกันบนจอภาพยนตร์มากกว่า 450 แห่งในอเมริกาเหนือ
15. ในปี 2001 ได้รับการประกาศว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความสําคัญทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ หรือสุนทรียศาสตร์ โดย National Film Registry ของ Library of Congress
16. เดิมทีภาพยนตร์เรื่องนี้มีกําหนดถ่ายทํา 55 วัน แต่ใช้เวลาจริงถึง 159 วัน
17. JAWS ทํารายได้มากกว่า 470 ล้านดอลลาร์ ทั่วโลก ในการฉายในโรงภาพยนตร์ครั้งแรก
18. ด้วยความนิยมจากข้อก่อนหน้า จึงทำให้ลิขสิทธิ์ภาพยนตร์สําหรับ JAWS ถูกซื้อในราคาประมาณ 175,000 ดอลลาร์
19. Universal Studios ใช้เงิน 1.8 ล้านดอลลาร์ เพื่อโปรโมต JAWS
20. “You’re gonna need a bigger boat” หรือ “คุณจะต้องมีเรือที่ใหญ่ขึ้น” วลีที่โด่งดังที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการด้นสด
21. หนังใช้ทุนสร้างเพียง 12 ล้านดอลลาร์ แต่ทำรายได้ในอเมริกาถึง 267 ล้านดอลลาร์
22. นวนิยาย JAWS ได้แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริงปี 1916 ในนิวเจอร์ซีย์ที่ฉลามสังหารคน 4 ราย
23. ในปี 1975 คนไปทะเลน้อยลงและมีข่าวว่าพบเจอฉลามมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากหนังเรื่องนี้
24. หนังถูกวิจารณ์ว่าทำให้คนหวาดกลัวฉลาม แต่ก็ช่วยสร้างความตระหนักเรื่องการอนุรักษ์ฉลามด้วยเช่นกัน
25. กองถ่ายเต็มไปด้วยปัญหา จนทีมงานล้อว่าหนังเรื่องนี้ชื่อ ‘Flaws’ (ข้อบกพร่อง)
26. สปีลเบิร์กหนีไม่ไปกองในวันถ่ายทำวันสุดท้าย เพราะกลัวทีมงานจะจับโยนลงทะเล จากนั้นจึงทำเป็นธรรมเนียมว่าจะไม่อยู่ในวันออกกองวันสุดท้ายอีกเลย
27. เกาะ Martha’s Vineyard รัฐแมสซาชูเซตส์ คือโลเคชันหลักของ JAWS
28. เบนช์ลีย์เคยบอกว่าตอนจบที่ฉลามถูกระเบิดด้วยถังออกซิเจนมันดูไม่เมกเซนส์ แต่สปีลเบิร์กเชื่อว่าคนดูจะอินจนยอมรับได้ ซึ่งเขาคิดถูก
29. ‘ริชาร์ด เดรย์ฟัสส์’ (Richard Dreyfuss) เป็นนักแสดงหลักเพียงคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ในวันนี้
30. ‘ลอแรน แกรี’ (Lorraine Gary) ผู้เล่นเป็นภรรยามาร์ติน โบรดี เป็นภรรยาตัวจริงของประธาน MCA/Universal ตอนนั้น
31. ฉากที่หัวของเบน การ์ดเนอร์ โผล่จากเรือ ถูกถ่ายเพิ่มหลังการทดลองฉาย เพราะสปีลเบิร์กอยากเพิ่มฉาก Jump Scared อีกรอบ
32. ‘ดิ๊ก ริชาร์ดส์’ (Dick Richards) เคยถูกวางให้เป็นผู้กำกับ แต่โดนถอดออกเพราะระหว่างการคุยงานเขาชอบเรียกฉลามว่าวาฬ
33. เดิม ‘ฮูเปอร์’ (Hooper) ต้องจบชีวิตในกรง แต่เพราะมีฟุตเทจฉลามจริง สปีลเบิร์กเลยเปลี่ยนให้เขาหนีรอดแทน
34. ในเรื่องมีเหยื่อของฉลามรวมทั้งหมด 6 ราย
35. นักแสดง ‘เมอร์เรย์ แฮมิลตัน’ (Murray Hamilton) ที่เล่นเป็นนายกเทศมนตรี ถูกเลือกเพราะหน้าคล้าย ‘ริชาร์ด นิกสัน’ (Richard Nixon) ประธานาธิบดีคนที่ 37 แห่งสหรัฐฯ
36. โปรดิวเซอร์ ‘ริชาร์ด ซานัก’ (Richard Zanuck) และ ‘เดวิด บราวน์’ (David Brown) ซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์นวนิยายของ Peter Benchley ในราคา 175,000 ดอลลาร์ ในปี 1973 ก่อนที่มันจะตีพิมพ์เสียอีก
37. บางฉากบนเรือถูกถ่ายทําโดยถือกล้องไว้ในมือโดยตรง ไม่ได้ใช้อุปกรณ์ยึดกล้อง
38. JAWS เป็นหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องแรกๆ ที่ใช้กล้อง Panavision Panaflex หรือกล้องถ่ายภาพยนตร์ขนาด 35 มม. ทําให้การถ่ายภาพมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
39. เสียงคํารามที่ได้ยินเมื่อฉลามระเบิด เป็นเอฟเฟกต์เสียงเดียวกับที่สปีลเบิร์กใช้สําหรับรถบรรทุกชนในภาพยนตร์ก่อนหน้านี้ของเขา เรื่อง ‘Duel – ตำนานโหด ฝ่าตีนอำมหิต’ (1971)
40. ความสําเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดศักราชใหม่ของภาพยนตร์ ‘ไฮคอนเซ็ปต์’ (High-Concept) หรือ แนวคิดหรือไอเดียหลักที่มีความโดดเด่น น่าสนใจ และสามารถสื่อสารได้อย่างกระชับและชัดเจน
41. เบนช์ลีย์กลายเป็นนักอนุรักษ์มหาสมุทรที่อุทิศตนหลังจากภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉาย
42. เมื่อเปิดตัวครั้งแรก ภาพยนตร์เรื่องนี้ทํารายได้สูงสุดตลอดกาลก่อนที่จะถูก ‘สตาร์ วอร์ส’ (Star Wars) แซงหน้าในอีกสองปีต่อมา
43. JAWS ถือเป็น ‘ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งฤดูร้อน’ เรื่องแรกที่แท้จริง และยังได้กำหนดนิยามใหม่ให้กับวิธีการที่ฮอลลีวูดโปรโมตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์อีกด้วย
44. สุนัขที่เป็นของโบรดีและครอบครัวของเขาในเรื่องเป็นสัตว์เลี้ยงของสปีลเบิร์กเอง
45. สปีลเบิร์กเลือกที่จะใช้นักแสดงที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักเพื่อให้คนดูสนใจที่เนื้อเรื่องมากกว่า
46. มีรายงานว่า ‘โรเบิร์ต ชอว์’ ผู้รับบทควินต์ ได้รับเลือกให้มารับบทนี้เนื่องจากเขามีหน้าตาคล้ายกับ ‘แฟรงก์ มุนดัส’ นักล่าฉลาม ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวละครนี้
47. วิลเลียมส์ได้รับรางวัลออสการ์สาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และสปีลเบิร์กกล่าวว่าดนตรีประกอบมีส่วนทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จถึง 50 เปอร์เซ็นต์
48. ฉากหัวเบน การ์ดเนอร์ อันโด่งดัง ถูกเพิ่มเข้ามาในการถ่ายซ่อม หลังจากที่ผู้ชมที่ได้เข้าชมรอบทดลองฉาย พบว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ขาดความน่ากลัว
49. สปีลเบิร์กรู้สึกเครียดและกดดันมากกับประสบการณ์ดังกล่าว จนทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานจากความเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD) เป็นเวลาหลายปีหลังจากภาพยนตร์ออกฉาย
50. แม้สปีลเบิร์กจะทำให้หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จได้อย่างถล่มทลายตั้งแต่อายุ 20 ปลายๆ แต่ชื่อของเขากลับไม่ได้เข้าชิงรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม จากเรื่อง JAWS
หลังจากอ่าน 50 เรื่องจริงของ ‘JAWS’ แล้ว หากอยากสัมผัสประสบการณ์จริงที่เกินกว่าตัวหนังสือจะอธิบายได้ ลองไปพิสูจน์ด้วยตัวเองในโรงภาพยนตร์ 25 กันยายนนี้ วันเดียวเท่านั้น โอกาสชมหนังฉลามในตำนานบนจอใหญ่แบบจัดเต็มนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะได้พบเจอบ่อยๆ โดยเฉพาะคอหนังฉลามตัวจริง
