‘AVATAR Fire & Ash’ หวนคืนสู่มหากาพย์การผจญภัยอีกครั้ง ในดินแดนแห่งไฟและธุลี
‘Avatar: Fire & Ash’ (อวตาร: อัคนีและธุลีดิน) เป็นภาคที่ 3 ในมหากาพย์ของ ‘เจมส์ คาเมรอน’ โดยเรื่องราวจะดำเนินต่อจากภาค ‘The Way of Water’ หลังจากที่ครอบครัวซัลลีต้องเผชิญกับความเศร้าจากการสูญเสียลูกชายคนโต (เนเทยัม) และยังคงอยู่ในสภาวะสงครามอันโหดร้ายกับเหล่า RDA (องค์กรบริหารการพัฒนาทรัพยากร)
เจค ซัลลี และ เนย์ทีรี จะต้องเผชิญกับภัยคุกคามใหม่บนดาวแพนดอรา นั่นคือ ‘ชาวนาวีเผ่าขี้เถ้า’ ซึ่งเป็นชนเผ่านาวีที่ป่าเถื่อน ดุดัน และกระหายในอำนาจ นำโดยหัวหน้าเผ่า ‘วารัง’ (Varang) โดยชนเผ่านี้จะอาศัยอยู่ในพื้นที่ภูเขาไฟ และถูกคาดการณ์ว่าจะมีบทบาทเป็นศัตรูหลักในภาคนี้ ซึ่งจะนำเสนอ ‘ด้านมืด’ ของชาวนาวีให้ผู้ชมได้เห็น ครอบครัวซัลลีจะต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดและอนาคตของแพนดอรา ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น
เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับและผู้สร้างแฟรนไชส์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางของภาคนี้ ว่าจะเป็นการนำพาผู้ชมไปสู่เรื่องราวที่ ‘เข้มข้น หักเหและพลิกผัน’ มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำลายกรอบเดิมของมหากาพย์ เนื้อหาในภาคนี้จึงจะเจาะลึกมิติทางอารมณ์ของตัวละคร ความโศกเศร้า และความขัดแย้งที่ซับซ้อนกว่าเดิม ยิ่งไปกว่านั้น คาเมรอนยังเปิดเผยอีกว่า ได้เขียนบทและออกแบบภาค 4 และ 5 ไว้เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยวิสัยทัศน์สำหรับภาคต่อไปคือการเจาะลึกวัฒนธรรมของชนเผ่าอื่นๆ บนดาวแพนดอรา ซึ่งจะเป็นการขยายจักรวาลที่แตกต่างอย่างชัดเจนจากภาค 1-3 ที่มีการเชื่อมต่อและจบเนื้อหาในตัวเองในลักษณะของไตรภาค
เตรียมตัวกลับสู่แพนดอราครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่และเข้มข้นกว่าเดิม พร้อมดำดิ่งสู่สงครามครั้งสำคัญที่จะเปิดเผยด้านมืดบนดาวสีฟ้าที่คุณรัก แล้วเรื่องราวมหากาพย์เหล่านี้จะจบลงอย่างไร ไปหาคำตอบได้ 17 ธันวาคม นี้ ในโรงภาพยนตร์
