Bus 44: ‘ความเฉยชา’ ของผู้โดยสารและตั๋วเที่ยวเดียวสู่จุดจบ
หากมองย้อนดูเหตุการณ์ที่ผ่านมา เราจะเห็นเหตุการณ์ที่เล่าสภาวะของบ้านเมืองอยู่ในระบบขนส่งและการเดินทางอยู่บ่อยครั้ง ทั้งเหตุการณ์อดีตพระชื่อดังบนรถตู้ที่กลายเป็นตำนาน หรือประโยคเด็ดหลายต่อหลายประโยคที่มาจากเหตุการณ์รถชนบนท้องถนน และล่าสุดก็คือเหตุการณ์ล่านักท่องเที่ยวอิตาลีบนรถไฟฟ้า
และด้วยเหตุผลนี้เอง นักทำหนังจึงทำให้นักทำหนังหยิบเครื่องมือของระบบขนส่งมาใช้เล่าเรื่องอยู่บ่อยครั้ง ข้อแรกคือมันแทบจะไม่หยุด ช่วยมอบพลังให้ตัวหนังผลักคนดูไปข้างหน้าเสมอและอีกเหตุผลคือมันนำพาผู้คนจากหลากหลายชนชั้นสังคมมารวมตัวกัน ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คงจะเป็น Snowpiercer กับ Train to Busan และ The Entertainment System is Down หนังเรื่องต่อไปของเจ้าพ่อจอมจิกกัดอย่างรูเบน ออสต์ลุนด์ (Ruben Östlund) ซึ่งการดำเนินเรื่องบนเรือสำราญสุดหรูใน Triangle of Sadness ก็ทำหน้าที่จำลองชนชั้นในลักษณะเดียวกัน
แต่ยังมีหนังสั้นเรื่องนึงที่เคยเขย่าเทศกาลภาพยนตร์และถูกนำมาใช้สอนในการทำหนังสั้นอยู่หลายครั้ง ซึ่งก็คือเรื่อง Bus 44 ที่ใช้รถสาธารณะและการที่รถถูกบังคับให้หยุดข้างทางเป็นตัวทดสอบสังคม หนังสั้นจากจีนเรื่องนี้เปิดตัวในสาย Directors’ Fortnight ที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ เข้าชิงรางวัลที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติซันแดนซ์และชนะรางวัลภาพยนตร์สั้นยอดเยี่ยมที่เทศกาลภาพยนตร์เวนิส
Bus 44 เป็นการนำเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในสาธารณะมาพัฒนาเป็นภาพยนตร์สั้นที่เล่าเรื่องของคนขับรถสาวของรถบัสสาย 44 ที่โดนดักปล้นและทำร้ายข้างทาง ระหว่างที่เธอโดนขืนใจ ผู้โดยสารทั้งคันรถต่างนั่งนิ่งเฉยรอให้โจรเสร็จกิจ ทว่ามีชายคนเดียวที่ตัดสินใจเดินลงไปช่วยเธอนั่นก็คือผู้โดยสารที่เธอรับขึ้นมาก่อนหน้า แต่ผู้โดยสารหนุ่มก็ไม่แข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะโจร 2 คนได้
หลังโจรเสร็จกิจ คนขับรถเสียขวัญนั่งร้องไห้อยู่ตรงพวงมาลัย ในจังหวะที่ชายหนุ่มกำลังกลับขึ้นรถ เธอกลับไล่ชายหนุ่มเพียงคนเดียวที่ยอมเจ็บตัวลงไปช่วยเธอให้ลงจากรถ โดยที่ชายหนุ่มก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรเขาถึงโดนไล่เขาลงจากรถในเมื่อเขาเป็นคนเดียวที่เจ็บตัวพยายามจะช่วยเธอ
จนในท้ายที่สุดเขาก็ค้นพบว่าเธอขับรถตกสะพานคร่าชีวิตตนเองและผู้โดยสารที่เพิกเฉยปล่อยให้เธอถูกทำร้าย
Bus 44 นับเป็นภาพยนตร์สั้นที่วิพากษ์สังคมและกระตุ้นความรู้สึกคนดูอย่างรุนแรงภายในเวลาเพียง 10 นาที หนังใช้ความอ้างว้างแร้นแค้นและประณามว่าการเพิกเฉยต่อความอยุติธรรม ก็ไม่ต่างอะไรจากการเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในอาชญากรรมนั้นเช่นกัน
ชมฟรีได้ที่ https://youtu.be/bJjje4iZPXg?si=wzsXzShbg6Vhreb_
