La La Land 10 ปีต่อมาหลังเอ่ย “ฉันจะรักคุณเสมอไป”
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา นักประพันธ์เพลงระดับออสการ์ ‘จัสติน เฮอร์วิตซ์’ (Justin Hurwitz) ปล่อยเพลงธีมของมีอาและเซบาสเตียนออกมาโดยทิ้งท้ายไว้ว่าเป็นเวอร์ชันครบรอบ 10 ปี (Mia & Sebastian’s Theme 10th Anniversary Version) ที่ยาวกว่าเดิม 7 วินาที เป็นสัญญาณบอกเราว่าภาพยนตร์โมเดิร์นมิวสิคัลเรื่องนี้กำลังจะครบรอบ 10 ปี นับตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัวที่เทศกาลภาพยนตร์เวนิสเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2016
เสียงวิจารณ์ชุดแรกหลังรอบปฐมทัศน์เป็นไปทางเดียวกันโดย The Hollywood Reporter ทึ่งกับฉากเปิดลองเทค (long-take) แบบไม่มีซ่อนคัตและบอกว่าคอหนังมิวสิคัลคลาสสิกจะถูกโอบอุ้มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย ในขณะที่ Deadline บอกว่าเป็นภาพยนตร์มิวสิคัลระดับมาสเตอร์พีซ
จนท้ายที่สุดหนังก็กวาดทุกรางวัลใหญ่ที่ควรได้ถึง 6 รางวัล ถือเป็นการเปลี่ยนรสมืออย่างรุนแรงจากภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่าง ‘Whiplash’ ก่อนหน้า (ทว่าทั้งสองเรื่องก็เล่าหนทางนักฝันได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน)
ผู้กำกับ ‘เดเมียน ชาเซลล์’ (Damien Chazelle) ชมภาพยนตร์มิวสิคัลเรื่อง ‘The Umbrellas of Cherbourg’ กว่า 100 รอบจนฝังลงไปในดีเอ็นเอ ที่เล่าถึงความวิบากในหนทางรักของหนุ่มสาวผ่านหลากหลายฤดู รากฐานดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นโครงสร้างของการเล่าเรื่อง ‘La La Land’ ที่เล่าผ่านหลายฤดูและฉากจบที่ข้ามเวลาหลายปี
‘La La Land’ เล่าเรื่องของหนุ่มสาวในฮอลลีวูดที่พบเจอกันในช่วงเวลาที่ตกต่ำสุดในชีวิต นักเปียโนแจ๊สหนุ่มที่ท่วมท้นไปด้วยภาระกับใบแจ้งหนี้หลายสิบใบ กับพนักงานคาเฟ่สาวที่หวังจะเป็นนักแสดง แต่สิ่งที่ทั้งสองมีร่วมกันคือไฟรักในศิลปะและกันและกัน
แต่ในรสชาติของเมืองที่เต็มไปด้วยดาวและดาราเหมือนฝัน La La Land สอดแทรกความจริงอันมืดหม่นไว้ตลอดเวลา เช่นเพลง ‘Someone in the Crowd‘ ที่เนื้อร้องชวนฝันแท้จริงแล้วกำลังพูดถึงการที่ต้องยอมนอนกับชายอื่นในวงการเพื่อให้ได้โอกาสในอาชีพ หรือจะเป็นฉากจบที่ไม่ได้มอบภาพฝันหวานตลอดกาลที่พระนางได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน แต่กล้าบอกคนดูด้วยความจริงว่าหนทางฝันของคนสองคนอาจจะไม่ได้ไปทางเดียวกัน
หลังจากความสำเร็จของ La La Land ตัวเดเมียนเองก็ไม่เคยผลิตซ้ำระดับนั้นได้อีก เพราะเขาตั้งใจจะสำรวจภาพยนตร์ชีวประวัติอย่าง ‘The First Man’ หรือจะเป็นการกลับไปที่นครดาราในยุคที่ไม่ใช่ hybrid musical ที่มีรถพริอุสแต่เป็นยุคหนังเงียบที่เต็มไปด้วยความคลั่งอย่าง ‘Babylon’ และจะเข็นหนังแหกคุกที่นำแสดงโดย ‘คิลเลียน เมอร์ฟี‘ และ ’เดเนียล เครก‘ ให้ได้รับชมกันเร็วๆ นี้
ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา La La Land ทัวร์ไปทั่วโลกตลอดเวลา ทั้งในรูปแบบฉายใหม่ (re-release) ฉายกลางแปลงตามดาดฟ้า และฉายพร้อมวงออร์เคสตราสดหนึ่งทศวรรษ คงเป็นช่วงเวลาที่นานพอจะยืนยันว่าความรักที่นักดูหนังมีให้ ‘La La Land’ คงไม่มีวันตาย เฉกเช่นคำสัญญารักที่มีอาและเซบาสเตียนมีให้กันและกัน
