ทำความรู้จักตำนานหน้ากากจาก 5 ชาติ ก่อนไปดู ‘ตาโขน’ ในโรงภาพยนตร์

ก่อนจะไปร่วมไขปริศนาสยองขวัญใต้หน้ากากพื้นบ้านไทยในภาพยนตร์เรื่อง ‘ตาโขน’ BrandThink Cinema ขอชวนคุณมาทำความรู้จัก ‘ตำนานหน้ากากจาก 5 ชาติทั่วโลก’ กับใบหน้าที่ซ่อนความหมาย ความเชื่อ และพลังบางอย่างที่มนุษย์ใช้สื่อสารกับสิ่งที่มองไม่เห็นมาแต่โบราณกาล เพื่ออุ่นเครื่องและปูพื้นให้เห็นว่า ‘หน้ากาก’ ไม่ใช่เพียงเครื่องสวมใส่บนใบหน้า หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจที่เกินกว่ามนุษย์จะควบคุมได้

ผีตาโขน – ไทย 🇹🇭 

เป็นประเพณีการละเล่นที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องวิญญาณและพุทธประวัติ จัดขึ้นที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย โดยคำว่า ‘ตาโขน’ เพี้ยนมาจาก ‘ตามคน’ มีที่มาจาก มหาเวสสันดรชาดก (เรื่องราวในอดีตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า) ซึ่งกล่าวถึงเมื่อครั้งพระเวสสันดรและนางมัทรีเดินทางออกจากป่า เหล่าผีป่าและสัตว์ต่างๆ ก็พากันแฝงตัวมากับชาวบ้านเพื่อมาร่วมส่งเสด็จ จึงเป็นที่มาของความเชื่อว่าการแห่ขบวนผีตาโขนคือการนำเอาสิ่งไม่ดีออกไป

โดยหน้ากากนั้นทำจากวัสดุธรรมชาติอย่างหวดนึ่งข้าวเหนียวและโคนก้านมะพร้าวที่ มีขนาดใหญ่โต ทำออกมาในรูปลักษณ์ที่น่ากลัวแต่ตลกขบขันหรือสวยงามในเวลาเดียกัน และมักมี ‘หมากกะแหล่ง’ (คล้ายกระดิ่ง) ติดที่เอว พร้อมกับสวมชุดที่ทำจากผ้าปุปะ

ฮันเนียหรือฮันยา (Hannya) – ญี่ปุ่น 🇯🇵

เป็นหน้ากากปีศาจที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นที่มีการแสดงมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 โดยใช้ในการแสดงละครโนะ (Noh) ที่เป็นการเล่าเรื่องราวเชิงเปรียบเทียบที่เข้มข้นและเป็นนามธรรม มักเกี่ยวข้องกับแนวคิดทางพุทธศาสนา วิญญาณ และสิ่งเหนือธรรมชาติ

โดยหน้ากากนี้เป็นตัวแทนของ ‘ผู้หญิงที่กลับกลายเป็นปีศาจ’ (Oni) เป็นวิญญาณของผู้หญิงที่เสียสติและสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปเพราะความหึงหวงเข้าครอบงำ ความโกรธแค้น หรือความเจ็บปวดจากการถูกทรยศโดยผู้ชายอย่างรุนแรง

ลักษณะของหน้ากากเป็นใบหน้าของผู้หญิงที่มีเขาแหลมขนาดใหญ่สองข้าง ดวงตาถลึงดุดัน มีรอยยิ้มแสยะพร้อมกับฟันเขี้ยวที่ยื่นออกมาอย่างน่ากลัว

ลา กาตรินา (La Catrina) – เม็กซิโก 🇲🇽

แม้จะไม่ใช่ผีตามความเชื่อดั้งเดิม แต่เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดในการเฉลิมฉลอง ‘วันแห่งความตาย’ (Día de Muertos) โดยจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมนี้เกิดขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 สร้างขึ้นโดยนักวาดการ์ตูนชื่อดัง ‘โฆเซ กัวดาลูเป โปซาดา’ (José Guadalupe Posada)

หน้ากากนี้คือการสะท้อนถึงความต้องการเสียดสีชนชั้นสูงที่ละทิ้งรากเหง้าความเป็นพื้นเมืองของตนเอง เพราะหันไปพยายามเลียนแบบวัฒนธรรมและแฟชั่นของยุโรปแทน รวมทั้งยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความเท่าเทียมของความตายที่ไม่เลือกฐานะไม่ว่าจะยากดีมีจน เพราะสุดท้ายไม่ว่าจะเป็นใครก็ล้วนจบลงที่ความตายเช่นเดียวกัน

โดยหน้ากากหรือการแต่งหน้าจะเป็นรูปโครงกระดูกผู้หญิงที่สวมหมวกปีกกว้าง แต่งกายหรูหรา โดยมีใบหน้าเป็นรูปหัวกะโหลกที่ถูกเพนต์อย่างสวยงามแบบแฟนตาซีและเป็นเอกลักษณ์

คูเคอรี (Kukeri) – บัลแกเรีย 🇧🇬

เป็นเทศกาลพื้นบ้านของบัลแกเรียที่มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายและนำมาซึ่งความโชคดี มักจะจัดขึ้นในช่วงฤดูหนาวหรือหลังจากการเก็บเกี่ยวเพื่อต้อนรับปีใหม่ ที่พิเศษคือเทศกาลนี้เป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมโลกที่ได้รับการคุ้มครองจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) อีกด้วย

โดยในเทศกาลนี้ผู้คนจะร่วมกันออกมาแต่งตัวสวมหน้ากากพร้อมเต้นรำไปตามท้องถนน  เดินรอบหมู่บ้าน เคาะประตู และกระทำท่าทางสัญลักษณ์เพื่อไล่ปีศาจหรือโชคร้ายในหมู่บ้านให้ออกไป แม้สมัยก่อนนั้นประเพณีนี้จะเคยเป็นการส่งต่อจากพ่อสู่ลูกชายเท่านั้น แต่ในปัจจุบันผู้หญิงก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับเทศกาลนี้ได้แล้ว

ลักษณะการแต่งกายมักจะเน้นวัสดุที่ทำจากขนสัตว์และตกแต่งแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาคของประเทศ ส่วนของหน้ากากนั้นจะทำจากหนังสัตว์ ขน ไม้ และวัสดุท้องถิ่น โดยช่างท้องถิ่นมีเทคนิคการประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์

เอกุนกุน (Egungun) – ไนจีเรีย 🇳🇬

การแสดงระบำหน้ากากนี้จัดขึ้นเพื่อรำลึกและแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ ทั้งยังเป็นการขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลและชำระล้างจิตใจ ตลอดจนรับฟังคำตักเตือนอันเป็นมงคลจากบุคคลเหล่านั้น เอกุนกุนถือเป็นประเพณีทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาวโยรูบาในแอฟริกาตะวันตกและผู้สืบทอดเชื้อสายในทวีปอเมริกา โดยเฉพาะในไนจีเรีย 

ลักษณะของหน้ากากมักแกะจากไม้ ทาสี และอาจมีลวดลายหรือเครื่องหมายที่บ่งบอกเผ่าหรือตระกูล ส่วนการแต่งกายนั้นโดดเด่นในเรื่องของการสวมชุดผ้าหลายชั้นที่คลุมลำตัวทั้งหมด เน้นปกปิดตัวตนผู้สวมใส่เพื่อให้ผู้ชมเชื่อว่าเป็นร่างวิญญาณไม่ใช่คนธรรมดา วัสดุที่ใช้ได้แก่ผ้าทอ ผ้าพิมพ์ ลูกปัด กระดิ่ง และเปลือกเมล็ดหรือเปลือกหอยในบางท้องถิ่น 

การเป็นเอกุนกุนนั้นไม่ใช่ว่าใครก็เป็นได้ เพราะต้องผ่านการฝึกฝนหรือเตรียมตัว บางครั้งต้องผ่านพิธีสะอาด/เตรียมพร้อมด้านจิตใจ รวมถึงมีข้อจำกัดในเรื่องเพศ วัย และความสัมพันธ์ในตระกูล เนื่องจากหน้าที่นี้มีความสำคัญต่อการส่งต่อความทรงจำ ความเชื่อ และค่านิยม

เรื่องราวเหล่านี้ยังพาเรากลับมาสู่ ‘ตาโขน’ ภาพยนตร์ไทยแนวสยองขวัญ ผลงานของผู้กำกับเจ้าของรางวัลดีเด่นจากโครงการรางวัลยุวศิลปินไทย ‘ภูวดล เนาว์โสภา’ ที่ในครั้งนี้จะมาเล่าเรื่องราวของหนุ่มขายลอตเตอรี่หาบเร่ที่ต้องมาพัวพันกับคดีการหายตัวไปของผู้คนที่ถูกพบว่าเป็นศพโดยมีหน้ากากตาโขนสวมอยู่ ชาวบ้านจึงเชื่อว่านี่ไม่ใช่คดีธรรมดา แต่อาจเกิดจากคำสาปของการสร้างบ้านทับหอผีซึ่งเป็นที่สถิตของดวงวิญญาณบรรพบุรุษและโยงเข้ากับตำนาน ‘ผีตาโขน’ หรือ ‘ผีตามคน’

นำแสดงโดย มอส-ภาณุวัฒน์ โสประดิษฐ, เดียร์น่า ฟลีโป, เจแปน-พลอยปภัส ฝนแก้วศิวพร, ต้องเต-ธิติ ศรีนวล, แฟรงค์-ธนัตถ์ศรันย์ ซำทองไหล, แม่นกน้อย (นกน้อย อุไรพร), เดี่ยว-ชูพงษ์ ช่างปรุง, สืบ-บุญส่ง นาคภู่, และ พรีเมียร์-ปฤณภพ พาหวล

ท้ายที่สุดแล้วปริศนาใต้หน้ากากผีตาโขนจะจบลงเช่นไร มาร่วมไขคดีและเผชิญหน้ากับคำสาปแห่งดวงวิญญาณไปพร้อมกัน วันที่ 20 พฤศจิกายน นี้ ในโรงภาพยนตร์