‘อรุณกาล’ บทบันทึกรอยต่อชีวิต วัยเด็กช่วงสุดท้ายของ ‘มากิ มาชิดา’
‘มากิ มาชิดา’ ถือเป็นอีกหนึ่งนักแสดงเด็กที่เราเห็นหน้าคร่าตาและฝีมือการแสดงของน้องมาแล้วหลายเรื่อง และแต่ละทบาทก็ถือว่าไม่ธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ‘Mother เรียกฉันว่า…แม่’ ‘เกมรักทรยศ’ ‘ทิชา’ หรือ ‘Sky Castle’
และล่าสุดกับภาพยนตร์สุดเรียบง่ายเรื่องใหม่ของ ‘กานต์ ศิวโรจณ์ คงสกุล’ อย่าง ‘อรุณกาล’ ที่เจ้าตัวบอกว่าการรับบทเรื่องนี้เหมือนไม่ได้แสดงอยู่ แต่เป็นตัวเองมาวิ่งเล่นจริงๆ ในกอง
‘มากิ’ รับบทเป็น ‘เซียง’ หลานสาวผู้กำลังเติบโตไปพร้อมกับความหวัง ‘อรุณกาล’ ไม่ได้เป็นเพียงภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องในชีวิตการทำงานของเธอ เพราะในช่วงเวลาที่ถ่ายทำ มากิเองมีอายุเพียง 11-12 ปี กำลังยืนอยู่ในช่วงปลายของวัยเด็ก ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเข้าสู่วัยรุ่น ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงไม่ได้บันทึกเพียงการเติบโตของตัวละคร แต่ยังบันทึกช่วงเวลาหนึ่งในการเติบโตของ ‘มากิ’ เอาไว้พร้อมกัน
แม้จะเคยผ่านงานละครและงานแสดงมาแล้วมากมาย แต่การทำงานในอรุณกาลต่างออกไป จากเดิมที่แสดงตามคำสั่งหรือแสดงตามจังหวะบทละครแบบสำเร็จรูป แต่บทบาท ‘เซียง’ คือการเปลี่ยนผ่านจากการแสดงสู่การตอบสนองที่เกิดขึ้นจากมวลความรู้สึกจริง ณ ขณะนั้น
ด้วยวัยเพียง 11-12 ปีในช่วงถ่ายทำ เธอต้องแบกรับน้ำหนักของความเงียบและบทสนทนาที่น้อยนิด แต่กลยุทธ์การกำกับของกานต์ ศิวโรจณ์ ที่จงใจหลีกเลี่ยงการจัดวางท่าทางที่ตายตัว แต่เลือกที่จะดึงเอา reaction จริงออกมาจากตัวนักแสดง ทำให้การแสดงออกมาธรรมชาติแต่กลับทรงพลัง
“ก่อนหน้านี้หนูเล่นละครที่มันเป็นละครจริงๆ ทำให้หนูแสดงเป็นแบบละคร แต่เรื่องนี้เหมือนส่วนใหญ่ ใช้รีแอ็กชันของเราจริงๆ ตอนถ่าย เหมือนฉากอยู่บนรถ เขาก็ปล่อยให้เราเล่นไปเลย เล่นไปยาวๆ ใช้ความรู้สึกของเราจริงๆ และหนูรู้สึกว่ามันไม่เครียด และดูเป็นธรรมชาติมากๆ”
สำหรับเด็กวัย 11-12 ปี วิธีการเช่นนี้อาจฟังดูเหมือนเป็นอิสระ แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับต้องอาศัยสมาธิอย่างมาก เพราะเมื่อไม่มีจังหวะที่ถูกกำหนดไว้ มากิจึงต้องเรียนรู้ที่จะฟัง มอง และรับรู้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ก่อนจะตอบสนองออกไปด้วยความรู้สึกของตัวเอง
มากิเล่าว่า หลังจากทำงานกับหนังเรื่องนี้ คนในกองถ่ายอื่นถึงกับสังเกตว่าเธอนิ่งขึ้น และช้าลง ซึ่งกลายเป็นบทเรียนสำคัญของการแสดงที่ทำให้เธอรู้ว่า การแสดงที่เป็นธรรมชาติอาจไม่ได้เกิดจากการพยายามสร้างอารมณ์ขึ้นมา แต่อยู่ที่การมีสมาธิมากพอที่จะรับฟังสิ่งรอบตัว
แม้แต่ความสัมพันธ์กับสุนัขที่ร่วมแสดงในเรื่อง ก็ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อหน้ากล้องเพียงอย่างเดียว แต่ค่อยๆ เกิดจากการใช้เวลาอยู่ด้วยกันจริง เช่นเดียวกับหลายฉากที่มากิไม่ได้พยายามคิดล่วงหน้าว่าตัวละครควรจะรู้สึกอย่างไร แต่เลือกพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์นั้น แล้วปล่อยให้ความรู้สึกเกิดขึ้นตรงหน้า
สำหรับมากิ อรุณกาลจึงไม่ได้ทิ้งไว้เพียงประสบการณ์การแสดง แต่ยังทำให้เด็กคนหนึ่งเริ่มมองเวลาและชีวิตต่างไปจากเดิมด้วย
“จากเรื่องนี้หนูได้บทเรียนว่าชีวิตของพวกเรามันเร็วมาก เพราะฉะนั้นจะทำอะไรก็ต้องคิดให้ดีก่อน และพยายามใช้เวลาในชีวิตเราอย่างคุ้มค่าที่สุดค่ะ”
เธอทิ้งท้ายไว้ว่า คนที่ได้มาดู ‘อรุณกาล’ จะได้รับความรู้สึกที่ผ่อนคลาย ได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น “หนูเชื่อว่าหนังเรื่องนี้จะทำให้หลายๆ คนหันกลับไปคิดถึงครอบครัวและคนใกล้ชิด เป็นหนังที่มอบความอบอุ่นใจและช่วยให้เราได้ผ่อนคลายจากความเครียดในชีวิตประจำวันได้ดีที่สุดเลยค่ะ”
มาร่วมสัมผัสการแสดงที่เป็นดั่งบทบันทึกการเติบโตของ ‘มากิ มาชิดา’ และซึมซับเรื่องราวอันละเมียดละไมจากหัวใจ พร้อม ‘บอกลาความทรงจำครั้งเก่า…ก่อนการเดินทางครั้งใหม่’ ไปด้วยกันใน ‘อรุณกาล’ 3 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์
‘อรุณกาล (Regretfully at Dawn)’
บอกลาความทรงจำครั้งเก่า…ก่อนการเดินทางครั้งใหม่
3 กันยายน 2569 ในโรงภาพยนตร์
