21 มกราคม ‘วันกอดสากล’ ชวนดูฉาก ‘อ้อมกอด’ เรียกน้ำตา ในโลก ‘ภาพยนตร์’ ที่คนดูจำไม่ลืม

ในวันที่เราต้องเผชิญกับโลกอันโหดร้าย และสิ่งที่เจอนั้นหนักหนาเกินกว่าจะระบายออกมาเป็นคำพูดได้ ‘การกอด’ เป็นหนึ่งในภาษากายของมนุษย์ ที่สามารถสื่อสารถึงความเปราะบางภายในใจ และยังทำหน้าที่ปลอบโยนให้แก่กันได้โดยไม่ต้องเปล่งเสียง

ในวันที่ 21 มกราคม ของทุกปี จึงได้มีการกำหนดให้เป็น ‘National Hug Day’ หรือ ‘วันกอดสากล’ เพื่อย้ำเตือนให้เราเห็นถึงความสำคัญของการส่งต่ออ้อมกอดนี้

แต่ในโลกของภาพยนตร์ ‘กอด’ ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่แสดงความรักหรือความยินดีเสมอไป บ่อยครั้งที่การสวมกอดเป็นดั่งเครื่องมือในการทลายกำแพงของตัวละคร และทำลายเขื่อนน้ำตาของคนดูไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นกอดเพื่อการลาจากตลอดกาล กอดที่ใช้เพื่อให้อภัยตัวเอง หรือกอดที่ใช้ยอมรับความจริงอันแสนเจ็บปวดว่าเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว

เพื่อเฉลิมฉลองวันกอดสากล BrandThink ขอพาทุกคนไปย้อนดู 7 อ้อมกอดในโลกภาพยนตร์ ที่ทำให้เราเข้าใจว่า ทำไมบางครั้งการเสียน้ำตาในอ้อมกอด อาจเป็นการเริ่มต้นการเยียวยาที่ดีที่สุด

Jojo Rabbit (2019) อ้อมกอดแห่งการเผชิญหน้ากับความจริง

ในภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขันร้ายๆ และสีสันจัดจ้านเรื่องนี้ กลับมีฉากที่กระชากใจคนดูอย่างรุนแรง คือฉากที่ ‘โจโจ้’ เด็กชายผู้หลงผิดสนับสนุนพรรคนาซี เดินตามผีเสื้อไป จนพบกับรองเท้าสีแดงที่คุ้นตาของแม่ห้อยอยู่กลางอากาศ โจโจ้พยายามผูกเชือกรองเท้าให้แม่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะโอบกอดเรียวขาไร้วิญญาณนั้นไว้แล้วร้องไห้อย่างเงียบงัน

ถึงแม้จะไม่ต้องฉายให้เห็นภาพทั้งหมด เราในฐานะคนดูก็เข้าใจได้ว่าอะไรเป็นอะไร นี่คืออ้อมกอดที่แสนเจ็บปวด แต่มันคือนาทีที่ ‘ความไร้เดียงสา’ ของเด็กชายพังทลายลง เพราะเขาไม่ได้กอดแค่ขาของแม่ แต่กำลังโอบกอดความจริงอันโหดร้ายของสงครามไปพร้อมๆ กัน

Past Lives (2023) อ้อมกอดแห่งการยอมรับโชคชะตา

ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องราวของความสัมพันธ์ที่ข้ามผ่านเวลาและระยะทางมานับสิบปี จนมาบรรจบกันในฐานะ ‘คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย’

ฉากบอกลาที่ไม่มีคำสัญญาว่าจะพบกันใหม่ ทั้งสองสวมกอดกันเนิ่นนานก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นรถจากไป

อ้อมกอดนี้คือกอดแทนคำขอบคุณพรหมลิขิต ที่พาให้คนทั้งสองมาพบเจอกัน มันคือกอดเพื่อยอมรับใน ‘สิ่งที่ไม่อาจเป็นไปได้’ และปิดฉากการรอคอยอันยาวนาน ด้วยความเข้าใจว่า บางความรักก็งดงามที่สุด เมื่อมันอยู่ในความทรงจำ

Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 (2011) อ้อมกอดแห่งรักนิรันดร์

ฉากแสนเศร้าในโลกภาพยนตร์แฟนตาซี เมื่อความลับของคนที่ดูใจร้ายที่สุดถูกเปิดเผย 

เพราะอ้อมกอดที่เจ็บปวดที่สุด คือการกอดคนที่ไม่อาจกอดตอบเราได้อีกต่อไป และยังเป็นจุดกำเนิดของคำว่า ‘always’ ที่ยืนยันว่าความรักของเขายังคงอยู่ แม้ความตายจะพรากเธอไปแล้ว กอดนี้เปลี่ยนชายคนหนึ่งให้กลายเป็นผู้เสียสละที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเพียงเพื่อปกป้อง ‘สิ่งสุดท้าย’ ที่ผู้หญิงที่เขารักทิ้งไว้บนโลกนี้

Shutter Island (2010) อ้อมกอดแห่งความแตกสลาย

‘เท็ดดี’ ในภาพยนตร์เรื่องนี้คือตัวละครที่สุดแสนจะเจ็บปวด และเขาก็พาคนดูดิ่งลึกไปในความบิดเบี้ยวของจิตใจ ผ่านฉากที่เขาสวมกอดภรรยาในจินตนาการหรือความทรงจำที่แตกสลาย ร่างของภรรยาค่อยๆ กลายเป็นเถ้าถ่านคามือขณะที่เขายังคงกอดรัดเธอไว้แน่น

อ้อมกอดนี้คือความพยายามอย่างสิ้นหวัง เพื่อเหนี่ยวรั้งสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงเอาไว้ เป็นอ้อมกอดแห่งความรู้สึกผิด ที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังแบกรับไม่ไหว จนต้องสร้างโลกจำลองอีกใบขึ้นมา เพราะความจริงนั้นเจ็บปวดเกินกว่าที่จะให้อภัย

Good Will Hunting (1997) อ้อมกอดแห่งการคลี่คลายปมในใจ

อ้อมกอดระหว่าง ‘ฌอน แมกไกวร์’ จิตแพทย์ผู้ใจเย็น และ ‘วิล ฮันติง’ อัจฉริยะผู้เต็มไปด้วยบาดแผล คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเพียงอ้อมกอดเดียว ก็สามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้ทั้งชีวิต

มันเป็นอ้อมกอดที่ตอกย้ำด้วยประโยคที่ว่า “It’s not your fault.” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกำแพงป้องกันตัวเองในใจของวิลได้พังทลายลง 

นี่คืออ้อมกอดแบบ ‘Father Figure’ ที่วิลไม่เคยได้รับมาตลอดชีวิต มันคือกอดที่ปลดปล่อยเขาจากอดีตอันเจ็บปวด พร้อมกับสื่อสารว่า ‘เธอปลอดภัยแล้ว และไม่จำเป็นต้องแบกรับความผิดพลาด ที่เธอไม่ได้ก่อไว้อีกต่อไป’

Aftersun (2022) อ้อมกอดที่เต็มไปด้วยคำถามและความเจ็บปวด

หนึ่งในภาพยนตร์เนื้อเรื่องเรียบง่าย เล่าเรื่องราวผ่านความทรงจำทริปฤดูร้อนของพ่อและลูกสาว แต่เมื่อจบลงแล้ว มันกลับทิ้งตะกอนความคิดไว้มหาศาล

ในฉากกอดท่ามท่ามกลางแสงไฟสลัว ณ ขณะนั้นในมุมมองของโซฟีวัยเด็ก มันคือกอดที่แสนธรรมดาและอบอุ่น แต่ในสายตาคนดู (และโซฟีตอนโต) มันคือกอดที่เต็มไปด้วยการร่ำลาที่มองไม่เห็น หรืออาจจะเป็นการกอดเพื่อเก็บสะสมพลังครั้งสุดท้ายของผู้เป็นพ่อ ก่อนจะจมดิ่งลงสู่ความเศร้า ที่เขาสู้ไม่ไหวอีกต่อไป

Lost in Translation (2003) อ้อมกอดแห่งความลับระหว่างเรา

ท่ามกลางแสงสีและความวุ่นวายของกรุงโตเกียว โซเฟีย คอปโปลา ได้สร้างหนึ่งในฉากบอกลาที่กลายเป็นที่พูดถึงที่สุดตลอดกาล

ในฉากสุดท้ายท่ามกลางฝูงชน บ็อบนักแสดงรุ่นใหญ่ที่กำลังโรยรา ได้สวมกอดชาร์ล็อตหญิงสาวที่กำลังหลงทางในชีวิต ไว้เนิ่นนาน กอดนี้คือบทสรุปของมิตรภาพที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ

มันคือนาทีที่ความเปลี่ยวเหงาของสองคนมาบรรจบกัน บางครั้งความหมายของการกอดและการปลอบโยน ก็เป็นเรื่องของคนสองคนที่ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้โลกได้รับรู้ แต่มันมีพลังพอที่จะช่วยให้คนทั้งคู่เดินต่อไปในเส้นทางของตนได้ในฉากกอดท่ามท่ามกลางแสงไฟสลัว ณ ขณะนั้นในมุมมองของโซฟีวัยเด็ก มันคือกอดที่แสนธรรมดาและอบอุ่น แต่ในสายตาคนดู (และโซฟีตอนโต) มันคือกอดที่เต็มไปด้วยการร่ำลาที่มองไม่เห็น หรืออาจจะเป็นการกอดเพื่อเก็บสะสมพลังครั้งสุดท้ายของผู้เป็นพ่อ ก่อนจะจมดิ่งลงสู่ความเศร้า ที่เขาสู้ไม่ไหวอีกต่อไป