Number One ภาพยนตร์ที่จะทำให้เรา อยากกลับบ้านไปกินข้าวกับแม่
[มีการเปิดเผยเนื้อหาภาพยนตร์]
ก่อนจะหมดควันหลงช่วงเวลาวันของแม่ไป ยังมีอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ว่าด้วยเรื่องราวของ ‘แม่’ ให้เราได้รับชม คือเรื่อง ‘Number One นับหนึ่งถึงมื้อแม่’ ภาพยนตร์ดรามาแฟนตาซีจากเกาหลี เขียนบทและกำกับโดย ‘คิม แท-ยง’ ที่มีพล็อตสุดแหวกแนวว่าด้วยคอนเซ็ปต์ที่ว่า จะเป็นอย่างไร ถ้าทุกๆ มื้อที่เรากินอาหารฝีมือแม่เข้าไป ตัวเลขนับถอยหลังอายุของแม่จะลดลงทีละหนึ่ง? และเมื่อตัวเลขนั้นนับถอยหลังจนเหลือศูนย์ วันนั้นคือวันสุดท้ายของแม่เรา
ในภาพยนตร์เรื่องนี้ จึงว่าด้วยประเด็นความผูกพันในครอบครัว และชวนทุกคนคิดว่าในเมื่อชีวิตคนเรามีจุดสิ้นสุด และช่วงเวลาธรรมดาที่สุดในชีวิตนั้นแสนสั้น เราเหลือเวลานานเท่าใด หรือเหลืออาหารอีกกี่มื้อกันแน่ ที่จะได้นั่งกินร่วมกับคนที่เรารัก?
โดยเรื่องราวของ ‘Number One’ เริ่มต้นขึ้นในวันที่ ‘ฮามิน’ (ชเว อูชิก) ได้สูญเสียพี่ชายคนโตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ภายหลังงานศพ หลังจากที่เขากับแม่กำลังนั่งกินข้าวด้วยกัน ฮามินนั้นโทษว่าเป็นความผิดของ ‘อึนซิล’ (จาง ฮเยจิน) ผู้เป็นแม่ เพราะเขารู้สึกว่าถ้าหากเช้าวันนั้นแม่ไม่รั้งตัวพี่ชายของเขาไว้เพื่อกินอาหารเช้าด้วยกัน อุบัติเหตุครั้งนั้นคงไม่เกิดขึ้น ซึ่งการระเบิดอารมณ์ครั้งนั้นก็นำไปสู่การเห็นตัวเลขนับถอยหลัง ‘365’ ครั้งแรกโผล่ขึ้นมา
ตัวเลขนับถอยหลังตั้งแต่ 365 ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าในทุกๆ มื้อ มันคือจำนวนเวลาที่อึนซิลเหลืออยู่ที่จะได้ทำอาหารให้ลูกชายกิน และทันทีที่ตัวเลขนั้นลดลงจนเหลือศูนย์ แม่ของเขาจะต้องเสียชีวิต
และเพื่อปกป้องชีวิตของแม่ ฮามินจึงเริ่มพยายามหลีกเลี่ยงอาหารฝีมือแม่ในทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็นหาข้ออ้างแปลกๆ ที่ใจร้าย หรือแม้กระทั่งแอบทิ้งกล่องข้าวกลางวันไปจนถึงการตัดสินใจย้ายออกจากบ้านเกิดในเมืองปูซาน แล้วหนีมาทำงานที่โซล และไม่กลับบ้านนานถึง 15 ปี
เขาเลือกที่จะเป็นลูกชายใจร้าย เพียงเพราะเชื่อว่านี่คือทางเดียวที่จะรักษาสมดุลชีวิตและต่ออายุขัยให้ผู้เป็นแม่ได้ ในขณะที่อึนซิลผู้ไม่เคยรับรู้เลยว่าทำไมลูกชายถึงพยายามหลบหน้า ยังคงเดินทางมาหาเขาที่โซล พร้อมกับหอบหิ้วกล่องเครื่องเคียงมาให้ลูกชายเพียงคนเดียวของเธอ
เส้นเรื่องของตัวละครใน ‘Number One’ นั้นต่างก็มีปมหรือประเด็นเป็นของตัวเอง ตลอดทั้งเรื่องมันจึงเป็นการเล่าผ่านมุมของตัวละครแต่ละตัว ตัดสลับไปมา อย่าง ในมุมของผู้เป็นแม่ ‘อึนซิล’ คือแม่ผู้สูญเสียสามีไปตั้งแต่วันที่ฮามินลืมตาดูโลก และต้องมาสูญเสียลูกชายคนโตไปอีกในอีก 18 ปีต่อมา ชีวิตของแม่หม้ายก่อนวัยอันควรที่ต้องเลี้ยงลูกตามลำพังในเมืองปูซาน หนทางเดียวที่เธอรู้จักในการ ‘ถ่ายทอดความรัก’ ก็คือการทำอาหารอย่างสุดความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นซุปเนื้อใส่หัวไชเท้า หรือเมนูท้องถิ่นจานแล้วจานเล่า แต่ความรักในรูปแบบเดียวที่เธอมีนั้นกลับถูกลูกชายปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง
แต่ในระหว่างเรื่องก็ยังมีตัวละครอย่าง ‘รยออึน’ (กง ซึงยอน) แฟนสาวของฮามิน ผู้เข้ามาเติมเต็มมิติความสัมพันธ์ของเรื่องราว รยออึนในฐานะเด็กกำพร้าที่ไม่เคยมีครอบครัวอันสมบูรณ์แบบ เธอจึงตั้งเงื่อนไขว่าจะตอบตกลงแต่งงานก็ต่อเมื่อ ‘อึนซิล’ ผู้เป็นแม่ ย้ายเข้ามาอยู่ร่วมบ้านกันเท่านั้น
หรือแม้กระทั่งตัวละครของฮามิน ที่มีปมหนักๆ อย่างการหลีกเลี่ยงและหาวิธีจะทำอย่างไรให้แม่ต้องอยู่ด้วยนานที่สุดแล้ว เขาก็ยังต้องเจอกับการเป็นโรคร้าย (ซึ่งเป็นโรคเดียวกับพ่อของเขา) จนนำไปสู่การตัดสินใจที่ส่งผลถึงชีวิตของแม่เขาในภายหลัง
และเมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงบทสรุป ‘Number One’ จึงเป็นทั้งหนังเกาหลีไซไฟที่พล็อตแหวกแนว และในขณะเดียวกันก็ยังเป็นเรื่องราวเพื่อเชิดชูว่าความรักของแม่นั้นยิ่งใหญ่และไร้เงื่อนไขเพียงใด
และมันยังทำให้เราเห็นถึงความจริงอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ว่า ความตายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และช่วงเวลาอันธรรมดาในชีวิตนั้นแสนสั้นและผ่านไปเร็วเสมอ
ภาพยนตร์นำเสนอประเด็นนี้ ด้วยการปิดฉากลงผ่านภาพถ่ายครอบครัวที่บันทึกความสุขง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน ความสุขที่หลายคนมักมองข้ามไปในวันที่ยังมีมันอยู่ และทิ้งข้อความสุดท้ายไว้ในจอที่ว่า “จำนวนครั้งที่คุณจะมีโอกาสได้ทานอาหารฝีมือแม่ เหลืออีกกี่ครั้ง?”
เพราะในความจริง เราไม่มีตัวเลขนับถอยหลังขึ้นมาตรงหน้าเหมือนอย่างฮามิน เราไม่มีทางรู้เลยว่าอาหารมื้อถัดไปจะเป็นมื้อสุดท้ายหรือไม่ เรื่องราวใน ‘Number One’ จึงเปรียบเสมือนการบอกให้เรากลับมาถนอมและเห็นคุณค่าของช่วงเวลาธรรมดาในปัจจุบัน เพราะตัวเลขเหล่านั้นกำลังลดลงอยู่ตลอดเวลา และทุกมื้อที่เราได้นั่งร่วมโต๊ะกับคนที่เรารัก ล้วนทรงคุณค่าเกินกว่าจะปล่อยให้หลุดมือไป
รับชมภาพยนตร์ ‘Number One นับหนึ่งถึงมื้อแม่’ ได้ทาง Netflix
