83 ปี Robert De Niroหนึ่งในนักแสดงที่ดีที่สุดตลอดกาลย้อนดูความยอดเยี่ยมของเขาในTaxi Driver

วันนี้ (17) สิงหาคม โรเบิร์ต แอนโธนี เดอ นีโร หรือ โรเบิร์ต เดอ นีโร (Robert De Niro) นักแสดงและโปรดิวเซอร์ชาวอเมริกันเชื้อสายอิตาเลียนซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของฮอลลีวู้ดจะมีอายุครบ 83 ปี ซึ่งปัจจุบันด้วยอายุที่มากขึ้นทำให้ เดอ นีโร ไม่ค่อยมีผลงานให้แฟนๆ ได้ชมกันมากนัก (โปรเจกต์ล่าสุดของเขาคือ The Whisper Man และ Focker-in-Law ที่กำลังจะเข้าฉายเร็วๆ นี้) แต่ในวาระที่ เดอ นีโร มีอายุครบ 83 ปีในวันนี้เราจึงชวนทุกคนมาดูหนึ่งในการแสดงที่ดีที่สุดของ เดอ นีโร และอาจจะหมายถึงการแสดงที่ดีที่สุดเท่าที่นักแสดงคนหนึ่งจะมอบให้กับภาพยนตร์ได้นั่นคือบทบาทของ ทราวิส บิคเคิล (Travis Bickle) จากภาพยนตร์ในปี 1976 เรื่อง “Taxi Driver” ของผู้กำกับ มาร์ติน สกอร์เซซี (Martin Scoresese)

ก่อนจะมารับบทบาทใน “Taxi Driver” เดอ นีโร ที่เกิดและเติบโตในย่าน ลิตเติล อิตาลี ในแมนฮัตตันตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนมัธยมเพื่อทุ่มเทให้กับการเรียนการแสดงอย่างเต็มตัวในสถาบัน Stella Adler Conservatory และ Actors Studio ของ ลี สตราสเบิร์ก (Lee Strasberg) ด้วยวัยเพียง 16 ปี ซึ่งที่นี่เป็นสถานที่บ่มเพาะเทคนิคการแสดงแบบเข้าถึงจิตวิญญาณตัวละครที่เรียกว่า “Method Acting” ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทั้งในแง่อาชีพนักแสดงของเขาเอง (รวมทั้งการส่งอิทธิพลให้กับนักแสดงรุ่นหลัง) ระหว่างปี 1965-1971 เดอนีโร มีผลงานการแสดงจำนวนหนึ่ง จนในปี 1973 เขาได้ร่วมงานกับผู้กำกับ มาร์ติน สกอร์เซซี ในภาพยนตร์เรื่อง “Mean Streets” และกลายเป็นนักแสดงที่ทั้งฮอลลีวู้ดจับตามองทันที หลังจากนั้น เดอ นีโร ก็ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอาชีพผ่านบทบาทระดับตำนานใน The Godfather Part II หนังภาคต่อของ ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา ในปีต่อมา เมื่อเขารับบทเป็น ดอน วีโต คอร์เลโอเน วัยหนุ่ม (ที่ภาคแรกนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง มาร์ลอน แบรนโด [Marlon Brando] แสดงเอาไว้อย่างไร้ที่ติ) ซึ่งเดอ นีโร ฝึกพูดภาษาซิซิเลียนเพื่อบทนี้โดยเฉพาะและมันทำให้เขาคว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมไปครองเป็นตัวแรกในท้ายที่สุด

หากบทของ ดอน คอร์เลโอเน วัยหนุ่ม นับว่าเป็นการแสดงอันยอดเยี่ยมแล้ว โปรเจกต์เรื่องต่อมาของเขาก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันเมื่อ เดอ นีโร กลับมาร่วมงานกับ มาร์ติน สกอร์เซซี อีกครั้งใน “Taxi Driver” ที่เล่าเรื่องของ ทราวิส บิคเคิล ทหารผ่านศึกในสงครามเวียดนามที่กลับสู่ นิว ยอร์ค ท่ามกลางสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปเมื่อกระแสฮิปปี้และบุปผาชนกำลังเบ่งบาน กลิ่นอายของเสรีนิยมและการไม่เอาสงครามกำลังหอมหวน ทราวิส ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยวเหงา บาดแผลจากสงครามส่งผลให้เขาไม่สามารถใช้ชีวิตร่วมกับสังคมได้ เขานอนไม่หลับ ใช้เวลาพักผ่อนไปกับการดูหนังโป๊ในโรงหนัง ไม่มีเป้าหมายในชีวิต จนตัดสินไปสมัครเป็นคนขับแท็กซี่กะกลางคืนซึ่งมันทำให้เขาเห็นโลกที่แตกต่างว่าในขณะที่เสรีภาพกำลังเบ่งบานในเวลากลางวันแต่มันกลับปัดความรุนแรงเอาไว้ใต้พรมและซุกซ่อนปัญหาทางสังคมเอาไว้อยู่ดี และทั้งหมดนั้นปรากฏตัวชัดเจนในยามวิกาล

แล้ว ทราวิส ก็ไปถูกชะตากับ เบ็ตซี (ซีบิล เชพเฟิร์ด – Cybill Sheperd) ผู้หญิงที่ทำงานหาเสียงให้กับวุฒิสมาชิก ชาร์ล พาเลนไทน์ (เลโอนาร์ด แฮร์ริส – Leonard Harris) นักการเมืองที่กำลังชิงชัยในการเลือกตั้งประธานาธิบดีอยู่พอดี เขาเข้าหาเธอพยายามใกล้ชิดและทำความรู้จักเธอ จนกลายเป็นการทำความรู้จัก พาเลนไทน์ ไปด้วย ทราวิส เชื่อว่า พาเลนไทน์ จะสามารถกวาดล้างสังคมให้สะอาดได้ แต่ พาเลนไทน์ ไม่สนองรับท่าทีสุดโต่งนั้น เขาจึงผิดหวังอย่างแรงจนกลายเป็นแรงผลักให้เขาคิดการใหญ่ ในอีกด้านหนึ่ง ทราวิส พบกับ ไอริส (โจดี ฟอสเตอร์ – Jodie Foster) สาวน้อยแสนสดใสที่มาขายบริการและถูกควบคุมโดย สปอร์ต (ฮาร์วีย์ ไคเทล – Harvey Kietel) แมงดาหนุ่ม เขาจึงพยายามช่วยเหลือเธอให้พ้นจากวงจรอุบาทว์นั้น

ที่จริงแล้วความดีงามของ “Taxi Driver” นั้นมีมากมาย นอกจากพล็อตที่ตีแผ่ปัญหาทางสังคม ปัญหาผลกระทบของการร่วมสงครามเวียดนามของอเมริกาที่สร้างบาดแผลให้กับผู้ที่ผ่านมันมาได้ แต่ไม่อาจเป็นส่วนหนึ่งของสังคม หรือแม้กระทั่งการทำความเข้าใจปมปัญหาของพวกที่มีแนวคิดขวาสุดโต่งว่ามันฟูมฟักมาจากอะไร (และยังมีให้เห็นจนทุกวันนี้) ไปจนถึงสุนทรีย์ศาสตร์ของภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดความฟอนเฟะหลังเที่ยงคืนของมหานคร นิว ยอร์ค ออกมาได้อย่างสวยงามซึ่งนับเป็นความย้อนแย้งแสนอัศจรรย์ที่สะท้อนความยอดเยี่ยมของ มาร์ติน สกอร์เซซี ผู้กำกับภาพยนตร์

แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าทั้งหมดในย่อหน้าก่อนหน้านั้นล้วนมีการแสดงอันยอดเยี่ยมของ เดอ นีโร อุ้มชูเอาไว้ทั้งหมด เดอ นีโร ถ่ายทอดความเจ็บปวด ความสูญเสีย ความเปล่าเปลี่ยวของ ทราวิส บิคเคิล ได้อย่างมีมิติและหน้าทึ่ง แน่นอนว่า ซีนอมตะอย่างบทพูดกับตัวเองในกระจก “You talkin’ to me?” นั้นกลายเป็นซีนมหัศจรรย์ที่ทุกคลาสการแสดงสามารถนำไปใช้สอนนักเรียนการแสดงในหัวข้อการเปลี่ยนอารมณ์ตัวละครได้อย่างฉับพลันได้เป็นอย่างดี

และการแสดงชั้นยอดนี้เองที่ไม่เพียงทำให้ โรเบิร์ต เดอ นีโร ก้าวขึ้นไปเป็นนักแสดงแถวหน้าของฮอลลีวู้ดในอีกหลายทศวรรษต่อมาเท่านั้นแต่ยังทำให้การแสดงแบบ “Method Acting” กลายเป็นแม่พิมพ์สำคัญที่นักแสดงรุ่นหลังหลายคนเลือกเจริญรอยตาม ไม่ว่าจะเป็น แดเนียล เดย์-ลูอิส (Daniel Day-Lewis), เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน (Edward Norton), คริสเตียน เบล (Christian Bale), ลีโอนาร์โด ดิ คาปริโอ (Leonardo Di Caprio) ไม่เว้นแม้กระทั่งนักแสดงรุ่นใหม่อย่าง อดัม ไดรเวอร์ (Adam Driver)

แม้ปัจจุบันกระแสนิยมในการแสดงแบบ “Method Acting” ไม่เป็นที่ยอมรับในเหล่านักแสดงรุ่นใหม่อีกแล้วเพราะพวกเขามองว่ามันคุกคามและสูบกินชีวิตประจำวันของพวกเขามากเกินไป แต่ก็ยังมีนักแสดงอีกจำนวนไม่น้อยที่สมาทานแนวคิดนี้ในการแสดงของตัวเอง ไม่ใช่เรื่องที่ต้องสรุปว่าแบบไหนถูกหรือผิด เป็นเรื่องการให้คุณค่าและค่านิยมที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยมากกว่า 

แต่อย่างน้อยที่สุดเมื่อเรามองหาการแสดงในระดับเปลี่ยนจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ บทของ ทราวิส บิคเคิล ของเดอ นีโร จะเปลี่ยนชื่อแรกๆ ที่เรานึกถึงเสมอ

สุขสันต์วันเกิด 83 ปี หนึ่งในนักแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตอลดกาล โรเบิร์ต เดอ นีโร

ชม “Taxi Driver” ได้ทาง Netflix