“O Captain! My Captain!” 12 ปีแห่งการจากไปของ ‘โรบิน วิลเลียมส์’ ชายผู้สร้างรอยยิ้มและแรงบันดาลใจให้คนทั้งโลก
วันที่ 11 สิงหาคม 2014 หรือวันนี้เมื่อ 12 ปีที่แล้ว คือวันที่ ‘โรบิน วิลเลียมส์’ (Robin Williams) นักแสดงระดับตำนานฮอลลีวูดได้จากไปในวัย 63 ปี ซึ่งนับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของทั้งวงการฮอลลีวูดและแฟนภาพยนตร์ทั่วโลก
ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีในวงการบันเทิง ชายผู้เกิดในชิคาโกคนนี้ได้ฝากผลงานภาพยนตร์ไว้อย่างหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่ภาพยนตร์ตลก เบาสมอง แฟนตาซีสำหรับครอบครัว ไปจนถึงภาพยนตร์ดราม่าเข้มข้น เขาคือนักแสดงผู้เต็มไปด้วยพลังแห่งการแสดง จนทำให้ตัวละครหลากหลายบทบาทบนแผ่นฟิล์มของเขายังคงทำหน้าที่สร้างเสียงหัวเราะ มอบแรงบันดาลใจ และเยียวยาหัวใจผู้คนมาจนถึงปัจจุบัน
หากย้อนมองเส้นทางภาพยนตร์อันเป็นที่จดจำของเขา หลายๆ คนอาจประทับใจเขาจาก ‘Dead Poets Society’ (1989) วิลเลียมส์รับบทเป็น ‘จอห์น คีตติง’ (John Keating) อาจารย์สอนวรรณกรรมในโรงเรียนประจำอันเคร่งครัด เขาคือครูผู้ท้าทายความเชื่อเดิมๆ ด้วยวิธีการสอนนอกกรอบ ความอบอุ่นของวิลเลียมส์ได้ยกระดับภาพยนตร์เรื่องนี้ให้พ้นจากหนังแนว ‘ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ’ ทั่วไป จนนำไปสู่ฉากคลาสสิกอันน่าจดจำอย่างการที่เหล่านักเรียนลุกขึ้นยืนบนโต๊ะเรียนเพื่อบอกลาเขาในวันที่ต้องจากไป
บทบาทนี้ส่งให้วิลเลียมส์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม เป็นครั้งที่สอง ในขณะที่ตัวภาพยนตร์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์รวม 4 สาขา และยิ่งไปกว่านั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังเป็นพื้นที่หล่อหลอมตัวตนของนักแสดงรุ่นน้องอย่าง ‘อีธาน ฮอว์ก’ (Ethan Hawke) ผู้รับบทนักเรียนชื่อ ‘ทอดด์ แอนเดอร์สัน’ ซึ่งฮอว์กเคยเอ่ยถึงความประทับใจต่อวิลเลียมส์ไว้ว่า การได้ร่วมงานกับเขาคือประสบการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตการแสดงเลยก็ว่าได้
และเมื่อเข้าสู่ยุค 90s วิลเลียมส์ยังคงตอกย้ำภาพจำของการเป็นผู้ส่งมอบความสุข จินตนาการ และเสียงหัวเราะให้แก่ผู้ชมทุกเพศทุกวัย ผ่านผลงานภาพยนตร์ตลกและภาพยนตร์ครอบครัวคลาสสิก
ไม่ว่าจะเป็นหนังอย่าง ‘Hook’ (1991) หนึ่งในภาพยนตร์ที่ทำรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศสูงที่สุดในชีวิตการทำงานของเขา วิลเลียมส์รับบทเป็น ‘ปีเตอร์ แบนนิง’ ทนายความบ้างานและคุณพ่อลูกสอง ผู้ลืมเลือนตัวตนไปแล้วว่าเขาคือ ‘ปีเตอร์ แพน’ เด็กชายผู้ปฏิเสธที่จะเติบโต จนกระทั่งลูกๆ ถูกฮุก (ดัสติน ฮอฟฟ์แมน) ลักพาตัวไป เขาจึงต้องเดินทางกลับสู่เนเวอร์แลนด์เพื่อช่วยเหลือพวกลูกๆ กลับมา และแม้จะเริ่มก้าวสู่วัยกลางคน แต่วิลเลียมส์ก็สามารถปลดปล่อยความเป็นวัยรุ่นในตัวออกมาได้อย่างน่าประทับใจ
ถัดมาในปี 1993 วิลเลียมส์ก็มีผลงานสร้างชื่อระดับตำนานอย่าง ‘Mrs. Doubtfire’ ภาพยนตร์ตลกทำรายได้สูงเป็นอันดับสองแห่งปี ที่วิลเลียมส์ต้องสวมชุดโฟม วิกลูกไม้ และหน้ากากซิลิโคน ซึ่งใช้เวลาแต่งหน้ารวมถึง 5 ชั่วโมง เพื่อแปลงโฉมเป็นแม่บ้านชาวอังกฤษ เพื่อแอบมาดูแลลูกๆ หลังการหย่าร้าง
ความทรงจำอันงดงามจากหนังเรื่องนี้ ทำให้บ้านในซานฟรานซิสโกที่ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำ กลายเป็นหมุดหมายชั่วคราวที่แฟนๆ เดินทางมาร่วมวางดอกไม้ ภาพถ่าย และสลักข้อความไว้บนต้นไม้หน้าบ้าน เพื่อแสดงความเคารพและรำลึกถึงเขาหลังการเสียชีวิต
หรือในหนังสุดคลาสสิกอย่างง ‘Jumanji’ (1995) ภาพยนตร์แฟนตาซีผจญภัย ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานที่วิลเลียมส์รับบทเป็น ‘อลัน พาร์ริช’ ชายผู้ติดอยู่ในเกมกระดานเวทมนตร์นานถึง 26 ปี ซึ่งสร้างความสุขและรอยยิ้มให้แก่เด็กๆ ทั่วโลกมาจนถึงทุกวันนี้
หลังจากผ่านพ้นช่วงที่มีผลงานภาพยนตร์แนวตลกทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวสลับกันไป วิลเลียมส์ได้ก้าวเข้าสู่บทบาทที่น่าจดจำที่สุดบทบาทหนึ่งในชีวิตการแสดงกับ ‘Good Will Hunting’ (1997) ภาพยนตร์แนว Coming-of-age ที่ร่วมแสดงและร่วมเขียนบทโดย แมตต์ เดมอน (Matt Damon) และ เบน แอฟเฟล็ก (Ben Affleck)
วิลเลียมส์รับบทเป็น ‘ดร.ฌอน แม็กไกวร์’ (Dr. Sean Maguire) จิตแพทย์ผู้ได้รับมอบหมายให้ช่วยเหลือ ‘วิลล์ ฮันติง’ (แมตต์ เดมอน) อัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ที่มีปัญหาชีวิต ให้ก้าวข้ามความโกรธและความไม่มั่นคงในจิตใจ จนนำไปสู่ฉากและประโยคคลาสสิกอย่าง “It’s not your fault.”
และนี่คืออีกหนึ่งบทบาทการแสดงที่ทำให้เห็นว่า เขาคือที่ปรึกษาและครูผู้สมบูรณ์แบบบนแผ่นฟิล์มเลยก็ว่าได้
โดยการแสดงในเรื่องนี้ได้นำเขาไปสู่บทบาทที่จริงจังยิ่งขึ้นสำหรับวิลเลียมส์ และส่งให้เขานำถ้วยรางวัลรูปปั้นทองคำ สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม กลับบ้านได้สำเร็จในปี 1998 หลังจากเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงมาแล้วถึง 3 ครั้ง
ตลอดระยะเวลากว่าสี่ทศวรรษในวงการบันเทิง โรบิน วิลเลียมส์ ได้ทำให้โลกเห็นว่าการแสดงของเขาเป็นมากกว่าเพียงแค่ความบันเทิง เพราะเขาเป็นทั้งคนที่คอยสร้างเสียงหัวเราะ มอบความอบอุ่น และถ่ายทอดความอ่อนไหวทางอารมณ์ที่เข้าถึงความเจ็บปวดลึกๆ ของผู้คนได้อย่างหมดจด บทบาทและตัวละครต่างๆ ที่เขาสร้างขึ้นจะยังคงโลดแล่น ส่องสว่าง และมอบพลังใจให้แก่ผู้ชมรุ่นแล้วรุ่นเล่าอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย
ถึงแม้ในวันนี้ ตัวเขาจะจากไปแล้วถึง 12 ปี แต่ผลงานและความทรงจำอันงดงามเกี่ยวกับ ‘โรบิน วิลเลียมส์’ จะยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจและคอยเยียวยาผู้คนทั่วโลกตลอดกาล
