‘The Conjuring: Last Rites’ สิ้นสุดการเดินทางปราบผี สร้างจากคดีที่ดังที่สุดของครอบครัววอร์เรน

เดินทางมาจนถึงบทสุดท้ายของจักรวาลหลักหนังระทึกขวัญที่โด่งดังสุดอย่าง ‘The Conjuring’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์สยองขวัญที่เคยเกิดขึ้นจริงจากเรื่องราวของ ‘เอ็ด วอร์เรน‘ (Ed Warren) และ ‘ลอร์เรน วอร์เรน’ (Lorraine Warren) คู่สามีภรรยานักปีศาจวิทยาชื่อดัง

โดยในภาคสุดท้ายนี้จะเล่าเรื่องราวการหลอกหลอนของครอบครัว ‘สเมิร์ล‘ (Smurl) ในเพนซิลเวเนียในปี 1986 หนึ่งในคดีที่โด่งดังสุดของวอร์เรน โดยหนังเล่าถึงช่วงเวลา 5 ปี หลังจากที่เอ็ดและลอร์เรนตัดสินใจวางมือจากวงการปราบผีในภาคก่อน (The Conjuring: The Devil Made Me Do It) แต่โชคชะตากลับพาให้พวกเขาต้องหวนเผชิญหน้ากับคดีหลอนมืดมนและอันตรายที่สุดในชีวิตอีกครั้ง

คดีสุดท้ายนี้เป็นข่าวดังไปทั่วสหรัฐอเมริกา จากที่ครอบครัวสเมิร์ลต้องเผชิญกับเหตุการณ์ประหลาดในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกลิ่น เสียง หรือการถูกคุกคามจากสิ่งที่มองไม่เห็น จนต้องขอความช่วยเหลือจากครอบครัววอร์เรน นอกจากนี้ ภาคนี้ยังเผยให้เห็นบทบาทสำคัญของ ‘จูดี้’ ลูกสาวของครอบครัววอร์เรน ที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับผลกระทบจากชีวิตที่รายล้อมด้วยวัตถุต้องสาปและความลี้ลับที่ส่งผลต่อชีวิตครอบครัว

ผู้กำกับ ‘ไมเคิล ชาเวส’ (Michael Chaves) เผยว่า ‘The Conjuring: Last Rites’ พิเศษกว่าทุกครั้งเพราะครอบครัวสเมิร์ลตัวจริงเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่พัฒนาบทจนถึงการถ่ายทำ เพื่อให้เรื่องราวสะท้อนประสบการณ์ที่พวกเธอพบเจอจริงๆ พร้อมเสริมว่ามีการเพิ่มองค์ประกอบจากคดีอื่นเข้ามาด้วยอย่าง ‘กระจกโบราณ’ ที่เป็นของจริงจากแฟ้มของครอบครัววอร์เรน ซึ่งเขาต้องใช้ความสามารถในการเล่าเรื่องเพื่อผสมผสานทุกอย่างเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว

ในด้านการสร้างความหลอนผู้กำกับยอมรับว่าการทำให้คนดูยังรู้สึกสดใหม่เป็นเรื่องท้าทาย แต่เขายังคงความเป็นเอกลักษณ์ของแฟรนไชส์ที่มีความ ‘เล่นสนุกแต่ชวนสยอง’ อย่างเกมตบมือจากภาคแรก หรือของเล่นปีศาจอย่างตุ๊กตา ‘แอนนาเบลล์’ (Annabelle) โดยใน ‘The Conjuring: Last Rites’ เขายืนยันว่าจะขยับขอบเขตความสยองให้เดือดยิ่งขึ้น เพราะในภาคนี้เพิ่มความน่ากลัวด้วยฉากที่มีเลือดมากกว่าภาคก่อนๆ แน่นอน

คดีนี้จะปิดฉากทุกสิ่งได้จริงหรือไม่ เตรียมไม้กางเขนในมือไว้ให้แน่น แล้วไปร่วมพิสูจน์ด้วยกัน 4 กันยายน นี้ ในโรงภาพยนตร์