ความหวังเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะถูกกักขัง The Shawshank Redemption หนังที่ได้คะแนนสูงสุดใน IMDb
เว็บไซต์ IMDb.com เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลของภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ทั่วโลกก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1990 นับเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่คนรักหนังหรือแม้แต่คนทำหนังเองก็ใช้เป็นที่ศึกษาหาความรู้ดูสถิติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ เช่นเดียวกับการเข้าไปดู IMDb score ซึ่งเป็นคะแนนจาก 1-10 ของคนที่ submit และ register ในเว็บมอบให้แก่หนังเรื่องนั้นๆ นับเป็นคะแนนที่เชื่อถือได้ประมาณหนึ่ง เพราะมันรวบรวมความเห็นของนักดูหนังจากทั่วโลกตามฐานข้อมูลประชากรของเว็บเอาไว้
ทั้งนี้นับตั้งแต่ก่อตั้งเว็บไซต์เมื่อ 36 ปีที่แล้ว มีหนังเรื่องหนึ่งที่ทำคะแนน IMDb score สูงสุดตลอดกาลที่ 9.3 จากผู้ให้คะแนนหรือ users จำนวน 3.2 ล้านคนทั่วโลก นับจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีหนังเรื่องไหนสามารถทำสกอร์ได้สูงกว่านี้ หนังเรื่องนั้นก็คือ ‘The Shawshank Redemption’ หนังในปี 1994 ของ แฟรงก์ ดาราบอนต์ (Frank Darabont)
The Shawshank Redemption ดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นของ สตีเฟน คิง (Stephen King) ชื่อ ‘Rita Hayworth and Shawshank Redemption’ ซึ่งก่อนหน้าที่ดาราบอนต์ จะมารับโปรเจกต์นี้ เขายังมีประสบการณ์ไม่มากนักผ่านงานกำกับภาพยนตร์หนึ่งเรื่องและเขียนบทภาพยนตร์อีกเพียง 4 เรื่อง แต่หนึ่งในนั้นคือหนังสั้นเรื่อง ‘The Woman in the Room’ ที่เป็นการกำกับและเขียนบทภาพยนตร์เป็นครั้งแรก โดยดัดแปลงมาจากผลงานของสตีเฟน คิง เช่นกัน ดังนั้นดาราบอนต์แม้จะยังไม่แก่กล้าในโลกภาพยนตร์ แต่เขาก็รู้ดีว่าควรทำอย่างไรกับเรื่องแต่งของนักเขียนนามอุโฆษอย่าง สตีเฟน คิง
กล่าวอย่างรวบรัด The Shawshank Redemption คือหนังที่ใช้ธีม ‘ความหวัง’ ได้อย่างทรงพลัง หนังเล่าเรื่องของ ‘แอนดี ดูเฟรนส์’ (ทิม ร็อบบินส์) นายธนาคารหนุ่มผู้ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาฆาตกรรมภรรยาและชู้รัก เขาปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิดแต่ศาลตัดสินให้เขาถูกส่งตัวไปยัง เรือนจำชอว์แชงก์ (Shawshank Penitentiary) ที่นั่นเขาได้พบกับ ‘เรด’ (มอร์แกน ฟรีแมน) นักโทษรุ่นใหญ่ผู้สามารถจัดหาของเถื่อนทุกชนิดเข้ามาในคุกได้ ตลอดเวลากว่าสองทศวรรษในเรือนจำ แอนดีใช้ความรู้ด้านบัญชีและการเงินของตนช่วยพัสดีฟอกเงิน ควบคู่ไปกับการรักษา ‘ความหวัง’ และการวางแผนที่ไม่มีใครคาดคิดเพื่ออิสรภาพของตน
ที่จริงหนังยังมี sub-plot อีกจำนวนหนึ่งเช่น ชีวิตหลังออกจากจำเรือนของ ‘บรูกส์’ นักโทษชราผู้เป็นบรรณารักษ์ห้องสมุดเรือนจำที่เมื่อได้รับอิสรภาพแล้วก็ไม่รู้จะใช้มันอย่างไรจนนำไปสู่จุดจบที่น่าเศร้า
แต่ถึงที่สุดแล้วสิ่งที่ The Shawshank Redemption ถ่ายทอดออกมาอย่างชัดแจ้งก็คือการยืนยันกับผู้ชมว่าจงรักษา ‘ความหวัง’ เอาไว้แม้มันจะมืดมนริบหรี่เพียงใดก็ตาม ผ่านการติดตามการแหกคุกของแอนดี ที่ต้องอาศัยดวงและการรอคอยอย่างอดทน โดยทั้งหมดนั้นมีความหวังเป็นทั้งน้ำหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณไม่ให้แตกสลาย เป็นทั้งเครื่องสันดาปให้ใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมาย มีซีนเล็กๆ ที่เรดคุยกับแอนดีว่า ที่นี่ (คุกชอว์แชงก์) ‘ความหวัง’ เป็นคำที่อันตราย แอนดีไม่ตอบอะไรแต่เขาพิสูจน์ให้เรดเห็นในท้ายที่สุดว่า แม้ในอาจมปฏิกูล ‘ความหวัง’ ก็ยังหอมหวนเสมอ
สิ่งที่แอนดีทำจึงเป็นทั้งการหักล้างคำพูดของเรด และเสมือนคำยืนยันว่าหากจะต้องสูญเสียทุกอย่างในชีวิต ความหวังควรเป็นสิ่งสุดท้ายที่มนุษย์ควรจะสูญเสียมันไป และเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะถูกกักขัง
ด้วยธีมที่ยิ่งใหญ่แข็งแรง ผ่านการถ่ายทอดอันประณีตพิถีพิถัน ทำให้ The Shawshank Redemption มีซีนที่น่าจดจำมากมาย เช่นซีนที่แอนดีเลี้ยงเบียร์เพื่อนนักโทษบนดาดฟ้าหลังใช้แรงงานจนหมดวัน เหล่านักโทษมองไปที่ขอบฟ้าที่ซึ่งดวงอาทิตย์กำลังจะลับไป นี่เป็นซีนที่ไม่มีไดอะล็อกแต่งดงามและทรงพลัง รวมทั้งการแสดงของนักแสดงน้อยใหญ่ที่เล่นกันได้อย่างสมบทบาททุกคน
แม้ The Shawshank Redemption จะล้มเหลวด้านรายได้ในช่วงแรกที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ แต่มันกลับได้รับความนิยมอย่างมหาศาลในภายหลังจากการออกฉายทางโทรทัศน์ เป็นหนังยอดเช่าวิดีโอ VCD และ DVD สูงมาก นอกจากนี้หนัง The Shawshank Redemption ยังเข้าชิง 7 รางวัลออสการ์ ในปี 1995 รวมถึงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม แต่แพ้ให้กับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง ‘Forest Gump’
อย่างไรก็ตาม The Shawshank Redemption ก็ยังคงสง่างามผ่านกาลเวลา 31 ปี ที่ยังไม่มีหนังเรื่องไหนทำลายสถิติลงได้ในเว็บไซต์ IMDb
‘The Shawshank Redemption’ มีให้ชมทาง Netflix
