‘The Shrinking Man’ ชวนผู้ชมหวนคืนยุคทองของหนังไซไฟขาวดำ
จะเป็นอย่างไรถ้าวันหนึ่งเราถูกย่อส่วนให้กลายเป็นมนุษย์ตัวจิ๋ว และต้องเอาตัวรอดจากน้องแมว สัตว์เลี้ยงที่จู่ๆ ก็กลายมาเป็นศัตรูสุดโหด
‘The Shrinking Man’ ภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ไซไฟสัญชาติฝรั่งเศส กำกับโดย ‘ยาน คูเนน’ (Jan Kounen) ว่าด้วยชายหนุ่มที่มีชีวิตเพียบพร้อมทั้งภรรยาและลูกสาวหนึ่งคน แต่แล้ววันหนึ่งพอลต้องผจญกับสภาพอากาศอันลึกลับที่ส่งผลให้ร่างกายของเขาหดเล็กลงจนเหลือส่วนสูงเพียงไม่กี่เซนติเมตร และหลังจากที่เขาถูกขังอยู่ในห้องใต้ดินของบ้านตัวเอง เขาจะต้องใช้สติปัญญาและไหวพริบในการเอาชีวิตรอดจากของใช้ในบ้านที่กลายมาเป็นกับดักมรณะ และที่สำคัญคือสัตว์เลี้ยงแสนรักของเขาที่กลายมาเป็นนักล่า ศัตรูสุดสะพรึงในท้ายที่สุด

ความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่การได้นักแสดงระดับออสการ์อย่าง ‘ฌอง ดูจาร์แดง’ (Jean Dujardin) มารับบทนำของเรื่อง แต่ ‘The Shrinking Man’ คือการหยิบภาพยนตร์ไซไฟขาวดำอเมริกันระดับตำนานอย่าง ‘The Incredible Shrinking Man’ (1957) ของ ‘แจ็ค อาร์โนลด์’ (Jack Arnold) ที่ก็สร้างจากนวนิยายระดับตำนานในชื่อ ‘The Shrinking Man’ ของ ‘ริชาร์ด แมเทอสัน’ (Richard Matheson) ในปี 1656 มาอีกที และคูเนนนำมารีเมกใหม่โดยปรับบทบาทของตัวละครหลักและเพิ่มเนื้อเรื่องการเอาตัวรอดเข้าไป เพื่อสอดรับกับบริบทสังคมในยุคปัจจุบัน โดยไม่ทิ้งแก่นเดิมของเรื่องราว หรือก็คือการตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของมนุษย์ในวันที่เราเป็นเพียงแค่ฝุ่นเล็กๆ ในโลกใบนี้
อย่างไรก็ตาม การเลือกหยิบภาพยนตร์ไซไฟคลาสสิกระดับตำนานของคูเนน ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องบังเอิญ เพราะในอีกแง่หนึ่งนี่ถือเป็นการหวนคืนยุคทองของหนังไฟไซยุค 1950s ยุคใหม่ของการนำมุมมองเชิงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สารเคมี และนิวเคลียร์ ไปจนถึงอวกาศ เข้ามาใส่ในโลกภาพยนตร์และโลกวรรณกรรม เพื่อเล่นในประเด็นตัวตนและการมีอยู่ของมนุษย์ในโลกที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด จนพาให้คนในยุคนั้นตื่นตะหนกกับเรื่องเหลือเชื่อ และการเปลี่ยนแปลงการรับรู้ความเป็นมาของโลกทั้งหมดนี้
และในบรรดาหนังไซไฟที่ส่วนใหญ่แล้วจะเน้นพล็อตเรื่องอย่าง การบุกโลกของมนุษย์ต่างดาว และสัตว์ประหลาดที่มาจากนอกโลก แต่ ‘The Incredible Shrinking Man’ ทั้งในฉบับวรรณกรรมและในฉบับภาพยนตร์ กลับชวนผู้คนสำรวจความแปลกปลอมผ่านตัวมนุษย์เราด้วยกันเอง โดยตั้งเงื่อนไขอย่างการให้ตัวละครถูกกัมมันตภาพรังสีจนย่อส่วนลง และต้องต่อกรกับศัตรูที่เป็นสิ่งของภายในบ้านและแมงมุมแทน

นอกจากพล็อตเรื่องที่ล้ำหน้ากว่าหนังไซไฟทั่วไปแล้ว ในยุค 50s ซึ่งยังไม่มีเทคนิคที่สร้างจากคอมพิวเตอร์เข้ามาเป็นองค์ประกอบของการสร้างหนังแนวไซไฟอย่างในปัจจุบัน การจะสร้างตัวละครให้มีขนาดเล็กกว่าแมวหรือแมงมุมยักษ์ ยังเป็นเรื่องใหม่และยากมากในยุคนั้น แต่ ‘The Incredible Shrinking Man’ ฉบับภาพยนตร์ของอาร์โนลด์ กลับสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของการทำหนังไซไฟที่ท้าทายขีดจำกัดของเทคโนโลยีได้อย่างก้าวกระโดด ด้วยการที่ทีมงานเบื้องหลังคราฟต์เทคนิคพิเศษต่างๆ ขึ้นมาเองทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็นการใช้มุมกล้องเพื่อสร้างภาพลวงให้สิ่งของภายในบ้านมีขนาดที่ใหญ่กว่าตัวนักแสดง การถ่ายทำหนึ่งซีนแบบแยกฉาก เช่น แมวที่กำลังไล่ล่า และตัวละครที่กำลังถูกล่า ก่อนจะนำมาซิงโครไนซ์ด้วยฟิล์มเนกาทีฟให้เป็นฉากเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีการนำเทคนิค ‘Practical Effect’ หรือเอฟเฟกต์พิเศษที่สร้างขึ้นทางกายภาพ เช่น การสร้างบ้านตุ๊กตาขนาดใหญ่บนเวทีเพื่อให้นักแสดงเข้าไปถ่ายทำในฉากนั้นได้ หรือการซื้อถุงยางอนามัยมากว่า 100 ชิ้น ใส่น้ำวางบนลู่วิ่งเพื่อสร้างฉากน้ำหยดขนาดยักษ์ที่สมจริงมากในยุคนั้น
การทุ่มเทเทคนิคพิเศษให้กับพล็อตหนังที่ล้ำสมัยด้วยตัวของมันด้วยนี่เอง ส่งผลให้ ‘The Incredible Shrinking Man’ ฉบับของอาร์โนลด์กลับโด่งดังและสร้างความแปลกใหม่ให้กับผู้ชมและกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในวงกว้าง ซึ่งต่อมาก็ได้รับการยกย่องให้เป็นภาพลักษณ์ของภาพยนตร์แนวไฟไซวิทยาศาสตร์ของยุค 50s ไปตลอดกาล และกลายมาเป็นต้นแบบให้กับคนทำหนังยุคต่อๆ ไป อย่างเช่น ภาพยนตร์จากค่ายมาร์เวลสตูดิโอเรื่อง ‘Ant-Man’ นั่นเอง

สำหรับ ‘The Shrinking Man’ ฉบับปี 2025 ของคูเนน ที่กำลังจะได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์นี้ จึงเรียกได้ว่าเป็นการสานต่อจิตวิญญาณของหนังไซไฟในตำนานด้วยการใช้เทคนิคพิเศษและวิชวลเอฟเฟกต์ที่ทันสมัย เพื่อสร้างความสมจริงมากขึ้น รวมถึงเขาต้องการให้ภาพยนตร์เรื่องนี้พูดกับคนยุคใหม่ จึงได้สร้างภาษาใหม่ด้วยการนำปัญหามลพิษและสิ่งแวดล้อม และความเปราะบางของมนุษย์เข้ามาเชื่อมโยงกับผู้คนในยุคนี้มากขึ้นนั่นเอง
และทั้งหมดนี้เองที่คอหนังไซไฟไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ‘The Shrinking Man’ เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์
