ผ้าที่เราคอยซักให้ทุกสัปดาห์… เรารู้จักคนที่สวมใส่มัน ‘ดีแค่ไหน’? ‘Until the T-Shirt Dries’ ซีรีส์ร้าวฉานญี่ปุ่นที่เล่นกับใจคนดูทุกตอน
เมื่อปีที่แล้ว นวนิยายขายดีของ ‘คอลลีน ฮูเวอร์’ (Colleen Hoover) ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง ‘Regretting You’ เล่าเรื่องท้าทายศีลธรรมของสองครอบครัวเพื่อนสนิท เมื่ออุบัติเหตุทางรถยนต์คร่าชีวิตคู่ของทั้งสองบ้าน ความจริงอันน่าตกใจจึงเปิดเผยว่า… คนตายแอบเป็นชู้กันมานาน นำไปสู่คำถามรวดร้าวของคนที่ยังอยู่ว่า “แท้จริงแล้วเราแต่งงานผิดคนหรือเปล่า?” ทว่าตัวหนังกลับได้รับคำวิจารณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะถูกดึงจังหวะด้วยเส้นเรื่องรักวัยรุ่นของรุ่นลูก
แต่ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมานี้กลับมีซีรีส์ขนาดความยาว 10 ตอนของช่อง TBS ที่กลับดึงดูดคนดูมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกสัปดาห์ ขึ้นมาจากเรตติง 7 เปอร์เซ็นต์ จนพีกที่ 9.3 เปอร์เซ็นต์ กับตอนจบที่เพิ่งฉายไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นั่นก็คือเรื่อง ‘Until the T-Shirt Dries’ (T-shirt ga kawaku made) หรือที่มีชื่อไทยว่า ‘ก่อนความสุขจะจางหาย’ ซึ่งพล็อตเรื่องชวนให้คิดถึงเรื่อง Regretting You ของคอลลีน ฮูเวอร์เป็นอย่างมาก แต่นำมาปรุงแต่งด้วยรสชาติ slice of life แบบญี่ปุ่นอย่างลงตัว
ตัวซีรีส์เล่าถึงเรื่องราวของสามีบ้านโซโนดะ (รับบทโดย อายูมุ นากาจิมะ) ที่บังเอิญเจอภรรยาของบ้านเซโอะ (รับบทโดย ยู อาโออิ) ที่ร้านซักผ้าแถวบ้าน ทั้งสองพูดคุยกันอย่างถูกคอ ก่อนจะพบเจอกันอีกครั้งที่โรงพยาบาลในจังหวัดนากาโนะในเย็นวันนั้น เพราะคู่สมรสของทั้งสองคนประสบอุบัติเหตุในรถบัสที่ตกสะพาน ทำให้ทั้งสองเกิดคำถามว่าคนรักของทั้งสองเป็นชู้กันหรือเปล่า และคนที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งสองคนจะจัดการความสัมพันธ์และมีชีวิตต่อไปอย่างไรดี
หากคุ้นเคยกับวัฒนธรรมละครญี่ปุ่น จะรับรู้ว่ามีละครหลากหลายฟอร์มมาก เช่นละครเช้าสั้นที่แทบทุกบ้านจะนั่งล้อมโต๊ะดูกันช่วงมื้อเช้าและออกจากบ้านเพื่อไปทำงานทันทีที่จบ หรือจะเป็นละครที่ทุนสูงอย่างเรื่อง ‘Vivant’ ที่หวังจะตีตลาดโลก แต่ Until the T-Shirt Dries คงจะอยู่ตรงกลางของฟอร์มละครญี่ปุ่น
มองด้วยตาเปล่าจะเห็นได้ว่าตัวเรื่องไม่ได้ถูกถ่ายทำด้วยกล้องหรือเลนส์ที่หรูหรา ภาพที่แบนราบเรียบก็ให้ความรู้สึกบ้านๆ แต่สิ่งที่ไม่ธรรมดาคือนักแสดงทั้ง 7 คนที่ล้วนมีผลงานการแสดงระดับตำนานมาแล้วทั้งสิ้น อย่างสามีบ้านเซโอะที่สูญหายก็รับบทโดย ‘เคนอิจิ มัตสึยามะ’ ที่คนไทยมักจะคุ้นกับบทบาท ‘L’ ใน ‘Death Note’ ฉบับคนแสดง หรือภรรยาบ้านโซโนดะนั้นรับบทโดย ‘คาโฮะ’ (ผู้ซึ่งประกาศแต่งงานจริงๆ ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่ตอนสุดท้ายออกฉายพอดี) ที่รับบทเป็นลูกสาวคนที่สามในเรื่อง ‘Our Little Sister’ และยังมี ‘ลิลลี แฟรงกี’ รับบทเป็นคุณลุงร้านหนังสือที่พูดจาขวานผ่าซากทำให้เรื่องเผ็ดร้อนขึ้นมาทุกตอน ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นการยืนยันว่าตัวเรื่องมีบทที่ดี จึงเรียกนักแสดงแถวหน้าของญี่ปุ่นมาทำให้ตัวละครมีชีวิตได้
ความสนุกของ Until the T-Shirt Dries คงจะเป็นการที่ครึ่งแรกเล่าเป็นเรื่องกึ่งสืบสวนที่คนที่ยังรอดชีวิตต้องทำความเข้าใจว่า ทำไมคู่สมรสของทั้งคู่ถึงไปอยู่บนรถคันเดียวกัน ก่อนจะจบตอนที่หนึ่งด้วยการที่ฝ่ายชายพูดตรงๆ กับฝ่ายหญิงว่า “สามีของคุณเป็นชู้กับภรรยาผม” และค่อยๆ สืบหาข้อมูลไปด้วยกันจนพบว่าทั้งสองคนนั้นพบเจอกันทุกวันศุกร์ที่ 3 ของเดือน
ตัวเรื่องยังสะท้อนปัญหาความสัมพันธ์ของคู่สมรส เช่น สามีและภรรยาที่เป็นเสาหลักของบ้าน ทำให้คู่สมรสไม่มีเวลาพูดคุยกันจนต้องไปคุยกับคนอื่น หรือจะเป็นตัวละครที่ล้วนมีบาดแผลทางใจจากความรักครั้งเก่าๆ ทำให้เกรงใจคู่สมรสจนไม่กล้าพูดความจริงด้วยกลัวจะสูญเสียคนรักไป ทำให้หนทางเดียวที่จะระบายความรู้สึกในใจได้ คือการคุยกับคนแปลกหน้า จนกลายเป็นบทสรุปที่ว่า คนแปลกหน้ากลับรู้จักคนรักของเราดีกว่าตัวเราเองเสียอีก และยังมีซับพล็อตของเพื่อนร่วมงานนางเอกที่คบกับชายหนุ่มที่แต่งงานอยู่แล้วแต่ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะคู่นั้นอยู่ในความสัมพันธ์แบบเปิด (Open relationship)
อีกเหตุผลที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้กลายเป็นปรากฏการณ์ที่คนดูเลิกติดตามไม่ได้ คือจังหวะการเล่าเรื่องที่ชาญฉลาด ทุกตอนถูกออกแบบให้ทิ้ง ‘ปมปริศนาใหม่’ ไว้ตรงบีตสุดท้ายได้อย่างเงียบเชียบทว่ารุนแรง จนคนดูไทยหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวว่า ‘หักมุมทุกตอน’ บังคับให้คนดูต้องรอคอยศุกร์ถัดไปอย่างจดจ่อ ไม่ต่างจากที่ตัวละครเฝ้ารอคอยวันศุกร์ที่ 3 ของเดือนเพื่อไปพบใครบางคน
Until the T-Shirt Dries ไม่ใช่แค่ซีรีส์สืบหาความจริงเรื่องการนอกใจ แต่คือการค่อยๆ ถอดหน้ากาก ‘ชีวิตคู่’ ออกทีละชั้น ซีรีส์ไม่ได้มอบคำตอบแบบง่ายๆ ที่เราคุ้นเคย และไม่ได้สั่งสอนเรื่องศีลธรรมแบบละครน้ำเน่า แต่กลับโยนคำถามอันเจ็บปวดใส่คนดูว่า บางที สิ่งที่ทำลายชีวิตคู่ อาจไม่ใช่การทรยศหักหลัง แต่คือ ‘ความเงียบงันและการปล่อยให้ความสัมพันธ์ชื้นแฉะ’ และการที่เรามีอคติต่อคนรักหรือคู่สมรสก็อาจจะมาจากความบกพร่องในการเป็นคู่สมรสที่ดีของเราเอง จวบจนตอนสุดท้าย Until the T-Shirt Dries ก็ไม่ได้มอบคำตอบอะไรง่ายๆ ให้คนดูแม้แต่นิดเดียว
สตรีม ‘Until the T-Shirt Dries’ 10 ตอนรวดได้แล้ววันนี้ทาง Netflix
