Us and Them จากเถียนมี่มี่ สู่จดหมายรักถึงอาม่า และนี่คืออีกเรื่องที่น่าจดจำ
นับว่า ‘Dear You’ หรือ ‘จดหมายรักถึงอาม่า’ ประสบความสำเร็จไปไม่น้อยทั้งในจีนแผ่นดินใหญ่ และในประเทศไทยเอง โดยในจีนแผ่นดินใหญ่กวาดรายได้ไปกว่า 1,900,000 ล้านหยวน (เกือบ 10,000 ล้านบาท) และในไทยก็ผ่าน 10 ล้านบาทไปเป็นที่เรียบร้อย (ถึอว่าสูงมากสำหรับหนังพูดจีนที่ฉายในไทย) ความสำเร็จของ Dear You ทำให้นึกถึงภาพยนตร์จีนแผ่นดินใหญ่อีกเรื่องหนึ่งที่มีวิธีการเล่าเรื่องคล้ายกัน คือตัดสลับระหว่างอดีตและช่วงเวลาปัจจุบันในเรื่อง ทั้งยังซาบซึ้งกินใจ พรากน้ำตาจากผู้ชมที่ชื่นชอบภาพยนตร์แนวนี้ได้ไม่แพ้กัน
ภาพยนตร์เรื่องนั้นคือ ‘Us and Them’ (后来的我们 – โฮ่วไหลเดอหว่อเมิน) ที่เปิดด้วยภาพสีสันปกติของวันก่อนตรุษจีนปี 2007 และเล่าฉากต่อไปด้วยภาพขาวดำของวันก่อนตรุษจีนในปี 2018 เทคนิคการตัดสลับอดีต-สี และ ปัจจุบัน-ขาวดำ นี้อาจพบได้บ้างในภาพยนตร์ฮอลลีวูดอย่าง Oppenheimer, Memento หรือ Pleasantville แต่พบไม่บ่อยนักในภาพยนตร์จีน นับเป็นความหาญกล้าในการแหวกขนบของ Rene Liu (หลิว รั่วอิง) ผู้กำกับหญิงชาวจีนไต้หวัน ที่เลือกเล่าด้วยเทคนิคนี้ในภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอ
เราอาจจะคุ้นเคยกับชื่อเธอในฐานะนางเอกจากภาพยนตร์จีนเรื่องอื่นๆ อาทิ ‘A World Without Thieves’ (จอมโจร หัวใจไม่ลวงรัก) ในปี 2004 ของผู้กำกับ เฝิงเสี่ยวกัง หรือ ย้อนไปถึง ‘Don’t Cry Nanking’ (สงครามอำมหิตปิดตาโลก) ในปี 1995 เลยทีเดียว ซึ่งก่อนจะมากำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ เธอผ่านงานเขียนบทมาบ้าง และหลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายที่จีนแผ่นดินใหญ่ในปี 2018 ทำให้ชื่อของ Rene Liu เป็นผู้กำกับหญิงคนแรกที่ทำหนังมีรายได้เกิน 1,000 ล้านหยวน ในปีนั้น (ประมาณ 5,000 ล้านบาท)
ชื่อภาษาอังกฤษ ‘Us and Them’ หรือ ชื่อไทย ‘ความรักแปลกหน้าของสองเรา’ อาจทำให้ไม่เข้าใจความหมายของเรื่องอย่างถ่องแท้นัก แต่ชื่อจีน 后来的我们 ซึ่งแปลเป็นไทยอย่างเรียบง่ายว่า ‘พวกเราในเวลาต่อมา’ กลับเกิดเป็นความหมายลึกซึ้งกินใจสำหรับผู้ที่ผ่านเลยช่วงชีวิตวัยรุ่น ผ่านเรื่องราวความรักมาพอสังเขป และกลับทำให้เรารู้สึกอินกับมันได้อย่างไม่ยากเลย ภาพยนตร์เล่าเรื่องราวของหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่เข้ามาแสวงหาทางรอดในเมืองใหญ่ (ปักกิ่ง) ในช่วงปี 2007 ที่กำลังปรับตัวอย่างก้าวกระโดดก่อนการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกในปี 2008 ซึ่งเรื่องราวของ ‘เจี้ยนชิง’ (จิ่ง ป๋อหราน) และ ‘เสียวเสี่ยว’ (โจว ตงอวี่) สามารถพาให้เรานึกถึง Comrades, Almost A Love Story (1996) หรือ ‘เถียนมี่มี่ 3,650 วัน รักเธอคนเดียว’ ภาพยนตร์คลาสสิกของปีเตอร์ ชาน ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
ด้วยภาพยนตร์ทั้งสองเล่าเรื่องการต่อสู้ของชายหญิงคู่หนึ่งในเมืองใหญ่เช่นกัน หากแต่ด้วยห้วงเวลาต่างกันกว่า 15 ปี และเมืองใหญ่ที่พวกเขาต้องต่อสู้ดิ้นรนนี้เป็นปักกิ่ง ไม่ใช่ฮ่องกง แต่ทั้งหมดเล่าเรื่องราวของสองหนุ่มสาวนี้ ผ่านเวลามาประมาณ 10 ปีพอๆ กัน และมีการเล่าเรื่องผ่านเทคโนโลยีที่เปลี่ยนผ่านตามยุคสมัยอย่างอาชีพของเจี้ยนชิงที่ฝันอยากเป็นผู้พัฒนาเกมที่มีตัวละครอย่าง ‘เอียน’ และ ‘เคลลี่’ โดยที่เอียนต้องหาเคลลีให้พบเพื่อบอกถึงความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยได้พูดตอนที่อยู่ด้วยกัน
แต่สิ่งหนึ่งที่เป็น ‘วัฒนธรรม’ ของภาพยนตร์ตะวันออกที่แตกต่างจากภาพยนตร์ตะวันตกคือ การไม่เคยลืม ‘รากเหง้า’ ของตน ใน Us and Them หนุ่มสาวทั้งสองพบกันครั้งแรกใน ‘การเดินทางกลับบ้านช่วงตรุษจีน’ ที่เราอาจจะเคยได้เห็นข่าวว่ารถติดเป็นสัปดาห์ รถไฟต้องหยุดวิ่งเป็นระยะๆ ด้วยการเคลื่อนย้ายของผู้คนจำนวนมาก เช่นเดียวกับตัวละครทั้งคู่ที่ ‘กลับบ้าน’ ต่างจังหวัดที่เหยาเจียงในวันตรุษจีนแทบทุกปี และ นั่นคือสิ่งที่เป็นแกนหลักของเรื่อง ที่พันผูกกับคนจีนในเมืองใหญ่ เช่นเดียวกับที่ Dear You ผูกพันกับลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเล และเรื่อง ‘ครอบครัว’ ในเรื่องนี้ อาจทำให้ผู้ชมเสียน้ำตา ไม่ต่างจากเรื่องรักของหนุ่มสาวคู่นี้
นอกจากเทคนิค อดีตเป็นสีและปัจจุบันเป็นขาวดำแล้ว ภาพยนตร์ยังเล่าเรื่องอย่างเรียบง่าย เรียลลิสติก สะท้อนภาพสังคมยุค ‘จีนใหม่’ ที่แม้จะมีการเปลี่ยนผ่านอย่างก้าวกระโดด แต่เรื่องราวความสัมพันธ์ของ ‘ผู้คน’ ก็ยังคงเป็นความละเอียดอ่อนอันลึกซึ้งและเข้าถึง ในแบบที่ภาพยนตร์ตะวันตกทำไม่ได้ การแสดงของนักแสดงนำทั้งคู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โจว ตงอวี่ เป็นสิ่งที่เรียบง่ายแต่อัศจรรย์ ส่งผลให้เธอได้รับรางวัล Best Actress หลายรางวัลในปีนั้น ซึ่งเธอมีอายุ 26 ปีแล้ว แต่ยังสามารถมารับบทเด็กมัธยมปลาย และทำให้ผู้ชมทั้งโลกรักเธอได้จาก ‘Better Days’ ผลงานการแสดงของเธอในปีถัดมา (ในขณะเธออายุ 27 ปี)
แม้จะไม่ได้เข้าฉายในประเทศไทย เนื่องจากเป็นช่วงคาบเกี่ยวกับโควิด-19 แต่นับเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์จีนที่ควรค่าแก่การจดจำ ไม่ต่างจาก Comrades, Almost A Love Story ในปี 1996 เลยทีเดียว เช่นเดียวกัน หากคุณชื่นชอบ ‘Dear You’ คุณอาจจะรักหนังเรื่องนี้ไม่แพ้กัน รับชมได้วันนี้ทาง Netflix Thailand
